การเช่าคอนโดแชร์กับเพื่อนเป็นทางเลือกที่ช่วยลดค่าเช่าต่อคน และทำให้เข้าถึงห้องในทำเลหรือโครงการที่เดินทางสะดวกขึ้น แต่เมื่อมีผู้อยู่อาศัยมากกว่าหนึ่งคน เรื่องสัญญา ค่าใช้จ่าย และกติกาในห้องก็ซับซ้อนขึ้นตามไปด้วย
บทความนี้อธิบายมุมมองของเจ้าของห้อง รูปแบบการเซ็นสัญญา วิธีแบ่งค่าเช่าและค่าใช้จ่าย ข้อตกลงรูมเมท และวิธีรับมือเมื่อเพื่อนขอย้ายออกกลางคัน เพื่อให้คุณเช่าห้องร่วมกับเพื่อนได้อย่างมั่นใจและรักษามิตรภาพไว้ได้
| สรุปใน 30 วินาที ▸เซ็นสัญญา: ควรให้ทุกคนที่อยู่จริงมีชื่อในสัญญา และอ่านข้อความเรื่องความรับผิดร่วมกันให้ชัดก่อนเซ็น ▸แบ่งค่าใช้จ่าย: ค่าเช่าไม่จำเป็นต้องหาร 50/50 เสมอไป แต่ต้องตกลงสัดส่วนและวิธีจ่ายเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนย้ายเข้า ▸ย้ายออกกลางคัน: ผู้เช่าที่เหลือมักยังมีภาระต่อเจ้าของห้อง จึงควรตกลงเรื่องหาผู้เช่าแทนและเงินประกันไว้ล่วงหน้า |
เจ้าของห้องคิดอย่างไรกับการเช่าแบบรูมเมท

เจ้าของห้องแต่ละรายมีนโยบายต่างกัน บางรายยินดีให้เช่าแบบรูมเมท เพราะมีผู้เช่าหลายคนช่วยกันจ่ายค่าเช่า แต่บางรายจำกัดจำนวนผู้พักอาศัยเพื่อลดการสึกหรอของห้อง และบางโครงการมีข้อบังคับเรื่องจำนวนผู้พักอาศัยหรือการทำคีย์การ์ดด้วย สิ่งที่เจ้าของห้องมักกังวลคือจำนวนคนที่อยู่จริงมากเกินกว่าที่แจ้งไว้ และผู้ที่รับผิดชอบเมื่อเกิดความเสียหาย
ตัวอย่างจำนวนผู้พักอาศัยที่พบบ่อยในการเช่า (เป็นธรรมเนียมทั่วไป ไม่ใช่เกณฑ์ตามกฎหมาย)
- ห้องสตูดิโอหรือ 1 ห้องนอน: มักตกลงให้พักได้ไม่เกิน 2 คน
- ห้อง 2 ห้องนอน: อาจตกลงให้พักได้ประมาณ 2-4 คน ขึ้นกับขนาดห้องและนโยบายเจ้าของ
เงื่อนไขจริงต่างกันในแต่ละโครงการและแต่ละห้อง ควรสอบถามเจ้าของและตรวจสัญญากับข้อบังคับของนิติบุคคลก่อนตัดสินใจ
ข้อแนะนำ: แจ้งจำนวนและชื่อผู้พักอาศัยจริงให้เจ้าของห้องทราบตั้งแต่ต้น ไม่ควรให้ผู้อื่นเข้ามาพักถาวรโดยไม่แจ้ง เพราะอาจเข้าข่ายผิดสัญญาหรือฝ่าฝืนข้อบังคับของโครงการ ซึ่งนิติบุคคลอาจดำเนินการตามข้อบังคับของแต่ละแห่ง
รายการตรวจห้องและสัญญาก่อนเช่า ดูเพิ่มได้ที่ ก่อนเช่าคอนโดต้องเช็กอะไรบ้าง?
เลือกห้องที่เหมาะกับการแชร์

ไม่ใช่ทุกห้องที่เหมาะกับการอยู่หลายคน ก่อนตัดสินใจควรดูองค์ประกอบเหล่านี้ร่วมกัน
- ห้องน้ำและความเป็นส่วนตัว: ห้อง 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำช่วยลดการแย่งใช้ห้องน้ำช่วงเช้า หากมีห้องน้ำเดียวควรตกลงตารางใช้งานตั้งแต่ต้น
- ขนาดห้องนอนและที่เก็บของ: หากห้องนอนห้องหนึ่งเล็กกว่าอย่างชัดเจน หรือไม่มีที่วางโต๊ะทำงาน ควรปรับสัดส่วนค่าเช่าให้สะท้อนความต่างนี้ (ดูหัวข้อที่ 4)
- ครัวและพื้นที่ส่วนกลางของห้อง: หากเป็นครัวเปิดที่ติดห้องนั่งเล่น กลิ่นอาหารและเสียงอาจรบกวนคนที่ชอบความเงียบ ควรตกลงเรื่องการทำอาหารและการเก็บล้างตั้งแต่ต้น
- คีย์การ์ดและที่จอดรถ: สอบถามว่าโครงการทำคีย์การ์ดให้ผู้พักอาศัยได้กี่ใบ และที่จอดรถมีสิทธิ์กี่คัน เพราะบางโครงการจำกัดตามห้อง
- การเดินทางของทุกคน: ตรวจระยะทางไปที่ทำงานหรือที่เรียนของทุกคน เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าคนหนึ่งได้เปรียบกว่า
สัญญาเช่า ใครควรมีชื่อในสัญญา

การเช่าร่วมกันทำสัญญาได้ 2 รูปแบบ ซึ่งมีผลต่อสิทธิและความรับผิดต่างกัน
| หัวข้อ | เซ็นคนเดียว | ทุกคนเซ็นร่วมกัน |
|---|---|---|
| คู่สัญญากับเจ้าของห้อง | ผู้เซ็นเพียงคนเดียว | ผู้เช่าทุกคนที่ลงชื่อ |
| ความรับผิดต่อเจ้าของห้อง | ผู้เซ็นรับผิดต่อเจ้าของทั้งค่าเช่าและความเสียหาย แม้เพื่อนเป็นผู้ก่อ | ขึ้นกับข้อความในสัญญา อาจแบ่งตามส่วน หรืออาจต้องรับผิดร่วมกันเต็มจำนวน |
| เงินประกัน | เจ้าของมักคืนให้ผู้เซ็น | ตามที่สัญญาระบุ ควรกำหนดผู้รับและบัญชีให้ชัด |
| สิทธิของเพื่อนต่อเจ้าของห้อง | ไม่มีสถานะเป็นผู้เช่าในสัญญา สิทธิขึ้นกับข้อตกลงกับผู้เซ็น | มีสถานะเป็นผู้เช่า มีสิทธิในห้องตามสัญญา |
| ความเหมาะสม | เสี่ยงกับผู้เซ็น ควรใช้เมื่อไว้ใจกันมากและมีข้อตกลงเป็นหนังสือ | เหมาะกับรูมเมทที่อยู่จริงทุกคน แต่ต้องอ่านข้อความเรื่องความรับผิด |
1. เซ็นคนเดียว
ผู้เซ็นเป็นคู่สัญญาเพียงคนเดียวกับเจ้าของห้อง เจ้าของจึงติดต่อและทวงถามจากผู้เซ็นเป็นหลัก หากเพื่อนไม่จ่ายค่าเช่าส่วนของตนหรือทำให้ห้องเสียหาย ผู้เซ็นต้องรับผิดต่อเจ้าของก่อน แล้วค่อยเรียกคืนจากเพื่อนตามข้อตกลงระหว่างกัน ซึ่งทำได้ยากหากไม่มีเอกสาร จึงไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้ เว้นแต่มีข้อตกลงเป็นหนังสือกับเพื่อนอย่างชัดเจน
2. ทุกคนเซ็นร่วมกัน
การลงชื่อผู้เช่าทุกคนทำให้ทุกคนมีสถานะผู้เช่าและมีสิทธิในห้องตามสัญญา ส่วนความรับผิดต่อเจ้าของห้องขึ้นกับข้อความในสัญญา ตามหลักของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากสัญญาไม่ได้ระบุให้รับผิดร่วมกัน และหนี้ค่าเช่าแบ่งชำระได้ ลูกหนี้แต่ละคนอาจรับผิดเพียงส่วนของตนเท่าๆ กัน (มาตรา 290) แต่สัญญาเช่าสำเร็จรูปจำนวนมากมักระบุให้ผู้เช่าทุกคนรับผิดร่วมกันเต็มจำนวน ซึ่งเจ้าของห้องจะเรียกชำระจากใครคนใดคนหนึ่งก็ได้ (มาตรา 291)
ดังนั้นก่อนเซ็นต้องอ่านข้อความเรื่องความรับผิดให้ชัดเจน และหากมีข้อความรับผิดร่วม ควรทำข้อตกลงรูมเมทระบุสัดส่วนที่แต่ละคนต้องจ่าย และสิทธิเรียกคืนจากเพื่อนเมื่อมีใครจ่ายแทนไปก่อน
ข้อสัญญาและกฎหมายอาจตีความต่างกันตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี หากสัญญามีข้อความที่ไม่แน่ใจ ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม
3. ข้อที่ควรระบุให้ชัดในสัญญา
- ชื่อผู้เช่าและจำนวนผู้พักอาศัย: ระบุชื่อทุกคนที่อยู่จริง
- ความรับผิด: ผู้เช่าแต่ละคนรับผิดเฉพาะส่วนของตน หรือรับผิดร่วมกัน
- เงินประกัน: จำนวนเงิน ผู้รับคืน และบัญชีที่โอนคืน
- การเปลี่ยนตัวผู้เช่า: ถ้าเพื่อนคนหนึ่งออก จะให้ผู้เช่าใหม่เข้ามาแทนได้ไหม และต้องทำเอกสารอย่างไร
- ค่าใช้จ่ายและกฎโครงการ: ใครจ่ายค่าส่วนกลางและสาธารณูปโภค และข้อบังคับเรื่องแขกหรือสัตว์เลี้ยง
ดูตัวอย่างข้อสัญญาที่ควรอ่านเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือสัญญาเช่าคอนโด 10 ข้อ
วิธีแบ่งค่าเช่าและค่าใช้จ่ายให้เป็นธรรม

1. ค่าเช่า ไม่จำเป็นต้องหาร 50/50
หากห้องนอนทั้งสองไม่เท่ากัน เช่น ห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำในตัวและระเบียง ขณะที่ห้องนอนเล็กต้องใช้ห้องน้ำรวม การปรับสัดส่วนค่าเช่าช่วยให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นธรรม สิ่งที่ควรนำมาพิจารณา ได้แก่ ขนาดห้อง ห้องน้ำในตัว ระเบียง ที่เก็บของ และทิศทางแสงหรือวิว
ตัวอย่างการแบ่งค่าเช่ารวม 20,000 บาทต่อเดือน (ตัวเลขสมมติเพื่อประกอบการตกลง):
| รูปแบบการแบ่ง | ผู้อยู่ห้องใหญ่ | ผู้อยู่ห้องเล็ก | เหมาะกับกรณี |
|---|---|---|---|
| แบ่งเท่ากัน 50/50 | 10,000 บาท | 10,000 บาท | ห้องนอนขนาดและห้องน้ำใกล้เคียงกัน |
| แบ่ง 55/45 | 11,000 บาท | 9,000 บาท | ห้องใหญ่มีห้องน้ำในตัว ห้องเล็กใช้ห้องน้ำรวม |
| แบ่ง 60/40 | 12,000 บาท | 8,000 บาท | ห้องใหญ่มีห้องน้ำ ระเบียง และพื้นที่ต่างกันมาก |
ควรตกลงสัดส่วนตั้งแต่วันดูห้อง และจดไว้ในข้อตกลงรูมเมท ผู้ที่จ่ายมากกว่าอาจได้สิทธิ์เลือกห้องก่อน สัดส่วนข้างต้นเป็นเพียงแนวทางที่เพื่อนตกลงกันเอง ไม่ใช่เกณฑ์ตามกฎหมาย และเงื่อนไขจริงควรเป็นไปตามที่ทุกคนยอมรับ
2. ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต และค่าส่วนกลาง
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้มักมีมิเตอร์หรือบิลเดียวทั้งห้อง การหารเท่ากันเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ถ้าใช้ไม่เท่ากัน เช่น คนหนึ่งเปิดแอร์ทั้งคืนหรือทำงานที่บ้านทุกวัน อาจตกลงให้จ่ายเพิ่มเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม ตัวอย่างวิธีที่ช่วยลดข้อโต้แย้ง:
- กำหนดผู้ถือบิล: ให้คนหนึ่งจ่ายค่าไฟค่าน้ำและอินเทอร์เน็ตก่อน แล้วเพื่อนโอนคืนภายในกำหนด เช่น 3 วันหลังบิลออก (กำหนดวันโดยตกลงกันเอง) อาจสลับผู้ถือบิลเป็นรายเดือน
- บันทึกรายจ่ายกลาง: ใช้แอปแบ่งค่าใช้จ่าย เช่น Splitwise หรือสเปรดชีตที่ทุกคนเข้าถึงได้ ลงรายการและแนบสลิปไว้
- ตกลงเรื่องค่าส่วนกลาง: ตรวจสัญญาว่าเจ้าของหรือผู้เช่าจ่าย และแจ้งให้ชัดว่ามีค่าส่วนกลางหรือไม่
อัตราค่าไฟที่เจ้าของเก็บจากผู้เช่า ดูหลักการเพิ่มเติมได้ที่ ค่าไฟคอนโดเช่า เจ้าของเก็บผู้เช่าได้เท่าไร
3. เงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้า
ตอนเข้าอยู่ มักต้องจ่ายเงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้า ตัวอย่างเช่น ค่าเช่า 20,000 บาทต่อเดือน เงินประกัน 2 เดือน (40,000 บาท) และค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน (20,000 บาท) รวม 60,000 บาท หากแบ่งเท่ากัน คนละ 30,000 บาท จำนวนเงินและเงื่อนไขจริงขึ้นกับเจ้าของห้อง ควรตรวจในสัญญา
ควรระบุไว้ในสัญญาหรือข้อตกลงรูมเมทว่าเมื่อสิ้นสุดสัญญา เจ้าของจะโอนเงินประกันคืนให้ใคร เป็นจำนวนเท่าไร และเข้าบัญชีใด หากเจ้าของโอนคืนให้ผู้เซ็นเพียงคนเดียว ผู้เซ็นควรโอนส่วนของเพื่อนคืนตามที่ตกลงภายในวันที่กำหนด และเก็บสลิปไว้ทั้งสองฝ่าย
ค่าใช้จ่ายวันเข้าอยู่ ดูได้ที่ เช่าคอนโดเชียงใหม่ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ และหากเงินประกันไม่ได้คืนตามกำหนด ดูแนวทางที่ เงินประกันคอนโดไม่ได้คืนทำอย่างไร?
ข้อตกลงรูมเมทที่ควรทำก่อนย้ายเข้า

ข้อตกลงรูมเมทเป็นเอกสารที่เพื่อนทุกคนเซ็นรับทราบร่วมกัน เป็นข้อตกลงระหว่างเพื่อนด้วยกัน ไม่ผูกพันเจ้าของห้อง แต่ช่วยลดข้อโต้แย้งและใช้เป็นหลักฐานเมื่อมีปัญหา อาจพิมพ์ติดไว้ในห้องหรือเก็บไฟล์ไว้ในกลุ่มแชต หัวข้อที่ควรครอบคลุมมีดังนี้
| หัวข้อ | ตัวอย่างข้อที่ควรตกลง |
|---|---|
| ค่าใช้จ่ายและวันจ่าย | สัดส่วนค่าเช่า วิธีหารค่าน้ำค่าไฟ วันที่ต้องโอน และใครเป็นผู้ถือบิล |
| แขกและแฟน | พาคนมานอนค้างได้สัปดาห์ละกี่คืน ต้องแจ้งล่วงหน้าหรือไม่ และหากมาพักบ่อยจะช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟเพิ่มหรือไม่ |
| การทำความสะอาด | เวรทิ้งขยะ ล้างจาน ทำความสะอาดห้องน้ำและพื้นที่ส่วนกลางของห้อง |
| เวลาพักผ่อนและเสียง | ช่วงเวลาที่ควรงดเสียงดัง เช่น หลังเที่ยงคืน เพื่อให้คนที่ต้องตื่นเช้าได้พักผ่อน |
| ของใช้ส่วนตัวและส่วนรวม | ชั้นวางของในตู้เย็น ของใช้ที่ซื้อร่วมกัน และกองกลางสำหรับของจำเป็น เช่น คนละ 300-500 บาทต่อเดือน (ตัวเลขตัวอย่าง) |
| ความเสียหายของทรัพย์สิน | ผู้ทำเสียหายเป็นผู้ชดใช้ส่วนที่เจ้าของหักจากเงินประกัน และตกลงวิธีถ่ายรูปบันทึกสภาพห้องตอนเข้าอยู่ |
| การย้ายออก | แจ้งเพื่อนล่วงหน้าอย่างน้อยกี่วัน (เช่น 30-60 วัน) ใครช่วยหาผู้เช่าแทน และจ่ายค่าเช่าส่วนของตนถึงวันใด |
เมื่อเพื่อนขอย้ายออกกลางคัน

การย้ายออกกลางสัญญาเป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของการเช่าร่วมกัน ควรจัดการตามลำดับดังนี้
- 1. ตรวจสัญญา: ดูข้อกำหนดเรื่องการเลิกสัญญาก่อนกำหนด ค่าปรับ และระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า
- 2. แจ้งเจ้าของห้องเป็นลายลักษณ์อักษร: แจ้งความประสงค์และสอบถามเงื่อนไข ไม่ควรให้เพื่อนออกไปเงียบๆ เพราะอาจกระทบผู้ที่ยังอยู่
- 3. ภาระต่อเจ้าของห้อง: โดยทั่วไป ผู้เช่าที่เหลือยังต้องรับผิดตามสัญญาต่อเจ้าของ หากสัญญาระบุให้รับผิดร่วมกัน เจ้าของอาจเรียกค่าเช่าเต็มจำนวนจากผู้ที่ยังอยู่ ขึ้นกับข้อสัญญาแต่ละฉบับ
- 4. เงินประกันของผู้ที่ย้ายออก: โดยทั่วไปเจ้าของมักคืนเงินประกันเมื่อสัญญาสิ้นสุดและตรวจรับห้องแล้ว ไม่ได้แบ่งคืนครึ่งหนึ่งระหว่างสัญญา ผู้ที่ย้ายออกจึงอาจต้องรอ หรือรับเงินส่วนของตนจากผู้เช่าใหม่ที่เข้ามาแทน ตามที่เพื่อนตกลงกันเอง
- 5. หาผู้เช่าแทน: ผู้ที่ย้ายออกควรช่วยหาผู้เช่าแทน และต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของก่อน
เรื่องการหาผู้เช่าแทน ตามมาตรา 544 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้เช่าจะให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิการเช่าให้บุคคลภายนอกไม่ได้ เว้นแต่สัญญาเช่าตกลงไว้เป็นอย่างอื่น และหากฝ่าฝืน ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาได้ ดังนั้นการให้เพื่อนใหม่เข้ามาแทนควรทำเป็นหนังสือที่เจ้าของห้องเห็นชอบ เช่น บันทึกแก้ไขสัญญาที่ระบุชื่อผู้เช่าใหม่ และวันที่เริ่มรับผิดชอบ แทนการตกลงกันเองเงียบๆ
เงื่อนไขการเลิกสัญญา ค่าปรับ และการคืนเงินประกันขึ้นกับสัญญาและเจ้าของห้องแต่ละราย ควรตรวจก่อนตัดสินใจ
ดูมุมมองเจ้าของเมื่อผู้เช่าขอเลิกก่อนครบสัญญาได้ที่ ผู้เช่าขอย้ายออกก่อนครบสัญญา และขั้นตอนส่งมอบห้องที่ เช็กลิสต์ย้ายออกจากคอนโดเช่า
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถ้าเพื่อนทำโซฟาเสียหาย ใครต้องจ่ายตอนย้ายออก
ต่อเจ้าของห้อง เจ้าของมักหักค่าซ่อมหรือค่าเสียหายจากเงินประกันซึ่งเป็นก้อนเดียวของสัญญา ส่วนระหว่างเพื่อนด้วยกัน ผู้ที่ทำเสียหายควรเป็นผู้ชดใช้ส่วนที่ถูกหัก ตามที่เขียนไว้ในข้อตกลงรูมเมท จึงควรถ่ายรูปบันทึกสภาพห้องตอนเข้าอยู่ และบันทึกเหตุที่เกิดความเสียหายเมื่อเกิดขึ้น
เช่าห้อง 1 ห้องนอนอยู่ 3 คนได้ไหม
ไม่แนะนำ ห้องจะแออัด และอาจเกินจำนวนผู้พักอาศัยที่สัญญาหรือข้อบังคับของโครงการกำหนด หากพบว่ามีผู้พักเกินที่แจ้ง อาจถูกเตือนหรือถูกบอกเลิกสัญญาได้ตามข้อสัญญา ควรสอบถามเจ้าของและนิติบุคคลก่อนตัดสินใจ
ถ้าทะเลาะกับรูมเมทหนักมาก ไล่เขาออกได้ไหม
หากรูมเมทเป็นผู้เช่าร่วมในสัญญา คุณไม่มีอำนาจไล่เขาออกฝ่ายเดียว ควรเจรจาให้ย้ายออกตามขั้นตอนในหัวข้อที่ 6 หากมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนสัญญาหรือข้อบังคับของโครงการ เช่น ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น ให้แจ้งเจ้าของห้องหรือนิติบุคคล หากข้อพิพาทมีมูลค่าสูงหรือเกี่ยวกับความปลอดภัย ควรปรึกษาทนายความ
ถ้าเพื่อนไม่จ่ายส่วนของตน ต้องทำอย่างไร
หากสัญญาให้ผู้เช่ารับผิดร่วมกัน ผู้ที่เหลือควรจ่ายให้เจ้าของครบก่อนเพื่อไม่ให้ผิดสัญญา แล้วทวงถามเพื่อนตามข้อตกลงรูมเมท เก็บสลิป ข้อความแชต และตารางหารค่าใช้จ่ายไว้เป็นหลักฐาน หากทวงไม่ได้ผล ควรปรึกษาทนายความเกี่ยวกับการเรียกคืน
ถ้ารูมเมทเป็นชาวต่างชาติ ต้องทำอะไรเพิ่ม
เจ้าของห้องหรือผู้ครอบครองที่พักต้องแจ้งตรวจคนเข้าเมืองตามแบบ ตม.30 ภายใน 24 ชั่วโมงหลังชาวต่างชาติเข้าพัก ควรสอบถามเจ้าของว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ และเก็บหลักฐานการแจ้งไว้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ปล่อยเช่าคอนโดเชียงใหม่ให้ใครดี
สรุป
การเช่าคอนโดแชร์กับเพื่อนช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ แต่ต้องมีเอกสารที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่ม เริ่มจากแจ้งเจ้าของห้องตามจริงว่ามีกี่คนอยู่ ให้ทุกคนที่อยู่จริงมีชื่อในสัญญา และอ่านข้อความเรื่องความรับผิดให้ชัดก่อนเซ็น จากนั้นตกลงสัดส่วนค่าเช่า วิธีจ่ายค่าน้ำค่าไฟ และกฎการอยู่ร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อมีเพื่อนขอย้ายออก ให้แจ้งเจ้าของและหาผู้เช่าแทนโดยได้รับความยินยอม การสื่อสารตรงไปตรงมาและเอกสารที่ชัดเจนช่วยให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ตลอดสัญญา
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย และกฎของแต่ละโครงการอาจเปลี่ยนแปลงหรือแตกต่างกันในแต่ละกรณี กรุณาตรวจสอบกับเจ้าของห้อง นิติบุคคลอาคารชุด หรือทนายความก่อนตัดสินใจหรือลงนามในสัญญา
