คอนโดมิเนียมเป็นที่อยู่อาศัยที่ผนังและพื้นห้องติดกับห้องอื่น เสียงจากเพื่อนบ้านจึงเป็นปัญหาที่ผู้อยู่อาศัยจำนวนมากพบ ตั้งแต่เสียงลากเก้าอี้และเสียงทีวี ไปจนถึงเสียงปาร์ตี้ยามวิกาล
บทความนี้อธิบายวิธีแยกเสียงปกติออกจากเหตุรำคาญ ขั้นตอนร้องเรียน 5 ขั้นตอนจากเบาไปหนัก วิธีเก็บหลักฐาน และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณแก้ปัญหาได้อย่างถูกวิธี
| สรุปใน 30 วินาที ▸แยกประเภทเสียง: เสียงใช้ชีวิตปกติมักต้องใช้การเจรจา ส่วนเสียงที่รบกวนเกินสมควร เช่น ปาร์ตี้ดึกหรือเปิดลำโพงเสียงดัง ร้องเรียนได้ ▸ไล่ลำดับ 5 ขั้น: เจรจา แจ้งนิติบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษร แจ้งตำรวจ ร้องเรียนหน่วยงานท้องถิ่น และฟ้องแพ่งเป็นทางสุดท้าย ▸เก็บหลักฐาน: ถ่ายวิดีโอต่อเนื่องที่เห็นเวลาและทิศทางเสียง จดบันทึกวันเวลา และเก็บสำเนาคำร้อง เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดเวลาเสียงดังไว้ตายตัว |
เสียงแบบไหนต้องทน เสียงแบบไหนร้องเรียนได้

ก่อนร้องเรียน ควรแยกก่อนว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงจากการใช้ชีวิตตามปกติ หรือเป็นเสียงที่รบกวนเกินสมควร เพราะผนังและพื้นคอนโดมีข้อจำกัดด้านการกันเสียง
- เสียงใช้ชีวิตปกติ: เช่น เสียงเดินเบา ๆ เสียงกดชักโครก เสียงของตกเป็นครั้งคราว หรือเสียงเด็กร้องไห้ โดยทั่วไปมักไม่ถือเป็นการรบกวนเกินสมควร หากผนังบางมาก นิติบุคคลอาจทำได้เพียงขอความร่วมมือ
- เสียงที่รบกวนเกินสมควร: เช่น เสียงเบสจากลำโพงที่สั่นถึงอีกห้อง การตั้งวงปาร์ตี้เสียงดังยามดึก การซ่อมแซมต่อเติมในเวลาที่ไม่อนุญาต หรือเสียงทะเลาะและขว้างปาของ กรณีเหล่านี้ร้องเรียนได้ แต่ผลขึ้นกับข้อเท็จจริง ความถี่ และหลักฐาน
การแยกประเภทข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่เส้นแบ่งตามกฎหมาย และข้อบังคับของแต่ละโครงการอาจกำหนดต่างกัน ควรอ่านข้อบังคับของนิติบุคคลที่คุณอยู่ประกอบด้วย
เสียงดังได้ถึงกี่โมง
กฎหมายอาญาที่เกี่ยวกับเสียงดังไม่ได้กำหนดเวลาที่ห้ามส่งเสียงไว้ตายตัว แต่ดูว่าเป็นการส่งเสียงโดยไม่มีเหตุอันสมควรจนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อนหรือไม่ ส่วนช่วงเวลาสงบ (Quiet Hours) มักมาจากข้อบังคับของนิติบุคคลหรือกฎของโครงการ หลายแห่งกำหนดไว้ประมาณ 22.00-07.00 น. แต่แต่ละโครงการต่างกัน และบางแห่งกำหนดเวลาสำหรับงานซ่อมแซมแยกต่างหาก ควรขอสำเนาข้อบังคับจากนิติบุคคลเพื่อดูเวลาที่แน่นอน
5 ขั้นตอนรับมือเพื่อนบ้านเสียงดังในคอนโด

ควรไล่จากวิธีที่เบาไปหาวิธีที่หนัก เพื่อรักษาความสัมพันธ์และเก็บหลักฐานไปพร้อมกัน ยกเว้นกรณีที่มีการทะเลาะวิวาทรุนแรงหรืออาจเกิดอันตราย ให้โทรแจ้ง 191 ได้ทันที
ขั้นตอนที่ 1: เจรจาอย่างสุภาพ
หลายครั้งเพื่อนบ้านไม่รู้ว่าเสียงจากห้องของเขาไปถึงห้องคุณ ลองแจ้งตรง ๆ แต่สุภาพ เช่น พอดีผนังค่อนข้างบาง เสียงทีวีหรือเสียงเบสได้ยินในห้องนอนตอนกลางคืน ขอความกรุณาลดเสียงลงหน่อยได้ไหม หากไม่สะดวกเผชิญหน้า การเขียนข้อความสั้น ๆ แปะที่ประตูหรือฝากผ่านนิติบุคคลก็เป็นทางเลือก ควรเลือกเวลาที่ทุกฝ่ายอารมณ์ปกติ และไม่ควรเผชิญหน้าเพียงลำพังหากเคยมีความขัดแย้งรุนแรง
ขั้นตอนที่ 2: ร้องเรียนผ่านนิติบุคคลอาคารชุด
หากเจรจาแล้วไม่ได้ผล หรือเป็นเหตุที่เกิดซ้ำ ควรยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรที่สำนักงานนิติบุคคล ระบุวันเวลา ห้องหรือทิศทางเสียง และแนบหลักฐาน แล้วขอสำเนาคำร้องที่ลงรับ นิติบุคคลมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยตามข้อบังคับ โดยอาจตักเตือน ออกหนังสือเตือน หรือปรับตามอัตราที่ข้อบังคับของโครงการกำหนด ซึ่งนิติบุคคลจะปรับได้เมื่อมีข้อบังคับรองรับ ไม่ใช่ตามอำเภอใจ อัตราค่าปรับจึงต่างกันตามโครงการ
ขั้นตอนที่ 3: แจ้งตำรวจ (191)
หากเกิดเหตุเสียงดังยามวิกาลที่ไม่สามารถให้นิติบุคคลระงับได้ทันที หรือมีการทะเลาะวิวาทรุนแรง สามารถโทร 191 หรือติดต่อสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ แจ้งชื่อโครงการ ชั้น ห้อง และลักษณะเหตุ เจ้าหน้าที่อาจเข้าตักเตือนหรือบันทึกเหตุไว้ ซึ่งผลขึ้นกับสถานการณ์และดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และเสียงดังบางกรณีตำรวจอาจเห็นว่าเป็นเรื่องที่ควรให้นิติบุคคลดูแลก่อน การแจ้งตำรวจสม่ำเสมอเมื่อมีเหตุจริงยังช่วยสร้างบันทึกเหตุที่นำไปใช้ต่อได้
ขั้นตอนที่ 4: ร้องเรียนหน่วยงานท้องถิ่น
หากเสียงรบกวนเรื้อรังและกระทบสุขภาพ เช่น เสียงเครื่องจักร เสียงเครื่องปรับอากาศของห้องข้างเคียง หรือเสียงสัตว์ทั้งวันทั้งคืน ผู้ร้องเรียนอาจแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่ เช่น เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล ให้ตรวจสอบตามกฎหมายสาธารณสุขเรื่องเหตุรำคาญ ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งให้ระงับเหตุได้ ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่มีรายงานว่ารับเรื่องผ่าน Traffy Fondue ทาง LINE ควรตรวจว่าท้องถิ่นของโครงการคุณรับเรื่องผ่านช่องทางใด และเตรียมหลักฐานจากหัวข้อที่ 4 ไปด้วย
ขั้นตอนที่ 5: ฟ้องคดีแพ่ง
หากทุกวิธีไม่ได้ผลและเสียงรบกวนกระทบการใช้ชีวิตหรือสุขภาพอย่างชัดเจน อาจพิจารณาฟ้องคดีแพ่งเรียกให้ระงับเหตุและชดใช้ค่าเสียหาย กรณีกระทบสุขภาพควรมีเอกสารประกอบ เช่น ใบรับรองแพทย์ และเนื่องจากต้องพิสูจน์ความเสียหายและความเกี่ยวข้อง ผู้ฟ้องมักปรึกษาทนายความก่อน ผลคดีและระยะเวลาไม่แน่นอน และเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากลองวิธีอื่นแล้ว
วิธีเก็บหลักฐานให้ใช้ได้จริง

คลิปเสียงอย่างเดียวมักมีน้ำหนักน้อย เพราะไม่รู้ว่าเสียงมาจากห้องไหนและเวลาใด ควรเก็บหลักฐานหลายแบบประกอบกัน
- วิดีโอต่อเนื่อง: เริ่มถ่ายจากในห้องของคุณโดยให้เห็นเวลาบนหน้าจอ แล้วเดินออกไปที่ทางเดินส่วนกลางจนถึงหน้าห้องที่คาดว่าเป็นต้นเหตุ เพื่อแสดงทิศทางเสียง ถ่ายเฉพาะพื้นที่ที่คุณเข้าถึงได้ตามปกติ ไม่เปิดประตูหรือเข้าไปในห้องของผู้อื่น
- แอปวัดระดับเสียง: ใช้เป็นหลักฐานเสริมได้ เช่น บันทึกหน้าจอพร้อมเสียง แต่ค่าจากแอปมือถือไม่แม่นยำ และไม่มีเกณฑ์เดซิเบลตายตัวสำหรับเสียงรบกวนระหว่างห้อง จึงไม่ควรใช้เป็นหลักฐานเดียว
- บันทึกเหตุการณ์: จดวันที่ เวลา ลักษณะเสียง ห้องหรือทิศทาง และใครที่แจ้งไปแล้ว เพื่อแสดงความถี่
- สำเนาเอกสาร: เก็บสำเนาคำร้องที่ยื่นนิติบุคคล หนังสือเตือน และข้อความ LINE ที่แจ้งเหตุ
ตัวอย่างบันทึกเหตุการณ์ (ตัวอย่างสมมติ)
| วัน-เวลา | ลักษณะเสียง | ห้องหรือทิศทาง | หลักฐาน | แจ้งใคร |
|---|---|---|---|---|
| 5 เม.ย. 23.30-00.40 | เสียงเบสลำโพงและเสียงร้อง | ห้องด้านข้าง (ทิศทางประตูห้องที่ติดกัน) | วิดีโอ 3 นาที | แจ้งนิติบุคคลทางโทรศัพท์ |
| 12 เม.ย. 22.45-23.50 | เสียงเบสลำโพง | ห้องด้านข้าง | วิดีโอ 2 นาที | ยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษร |
| 19 เม.ย. 01.10-02.00 | เสียงตะโกนและเสียงของตก | ห้องด้านข้าง | วิดีโอ 2 นาที | โทร 191 บันทึกเลขรับแจ้ง |
ข้อควรระวัง: ไม่ควรโพสต์คลิปหรือชื่อห้องของเพื่อนบ้านลงโซเชียลมีเดีย และไม่ควรบันทึกภาพหรือเสียงภายในห้องของผู้อื่น เพราะอาจเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิหรือการหมิ่นประมาท ควรส่งหลักฐานให้นิติบุคคลหรือเจ้าหน้าที่โดยตรง
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเสียงรบกวน

กฎหมายที่มักถูกอ้างถึงมีดังนี้ ผลบังคับและโทษขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละเหตุ และควรตรวจตัวบทฉบับปัจจุบันก่อนอ้างอิง
| กฎหมาย | สาระโดยสรุป | ผลหรือโทษ |
|---|---|---|
| ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 370 | ผู้ใดส่งเสียงหรือกระทำความอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันสมควร จนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อน | โทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท เป็นความผิดลหุโทษ |
| พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 25 และ 27-28 | การกระทำที่เป็นเหตุให้เกิดเสียงจนเสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็น เหตุรำคาญ และเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งให้ระงับ | หากฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น อาจมีโทษตามกฎหมาย (ตามข้อมูลที่ตรวจพบ จำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับไม่เกิน 25,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ) |
| ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และ 1337 | ละเมิดที่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย และการใช้สิทธิในทรัพย์สินเกินสมควรจนเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ใกล้เคียงเดือดร้อน | เรียกให้ระงับเหตุและเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ตามเงื่อนไข ควรปรึกษาทนาย |
| ข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดของแต่ละโครงการ | กำหนดช่วงเวลาสงบ เวลาทำงานซ่อมแซม และมาตรการปรับหรือเตือน | ต่างกันตามโครงการ ผูกพันผู้อยู่อาศัยตามข้อบังคับ |
จุดที่ควรสังเกต โทษปรับตามกฎหมายอาญาไม่สูง และโทษตามกฎหมายสาธารณสุขเกิดเมื่อมีการฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ไม่ใช่ทันทีที่มีเสียงดัง ในทางปฏิบัติ การให้นิติบุคคลใช้ข้อบังคับจัดการก่อน มักเป็นทางที่เร็วกว่าการดำเนินคดี
ลดเสียงทะลุผนังด้วยตัวเอง

ระหว่างรอให้ปัญหาที่ต้นเหตุคลี่คลาย สามารถลดเสียงที่เข้าห้องของคุณได้บางส่วน แต่ผลที่ได้ต่างกันตามผนังและแหล่งเสียง และไม่ได้แทนที่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
- ย้ายเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ไปชิดผนัง: ตู้เสื้อผ้าหรือชั้นหนังสือที่แน่นช่วยเพิ่มมวลและลดเสียงที่เข้าห้องได้บ้าง ไม่ใช่ทุกกรณี ควรดูว่าผนังด้านใดได้ยินเสียงมากที่สุด
- ปิดช่องว่างใต้ประตู: เสียงจากทางเดินมักลอดตามช่องว่างใต้ประตูและขอบประตู การติดแถบกันเสียงหรือแถบกันลมช่วยลดเสียงที่ลอดได้ โดยไม่ต้องเจาะหรือแก้ไขประตูอาคาร ควรตรวจกับนิติบุคคลก่อนหากต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ประตูหน้าห้อง
- แผ่นซับเสียง: ช่วยลดเสียงสะท้อนในห้องและทำให้เสียงพูดหรือเสียงเพลงในห้องนุ่มขึ้น แต่ไม่ได้กันเสียงที่ทะลุผนังได้มาก การกันเสียงจริงต้องใช้วัสดุและงานผนังที่ออกแบบเฉพาะ ซึ่งมักต้องขออนุญาตนิติบุคคล
- อุปกรณ์เสริม: ที่อุดหู หูฟังตัดเสียง หรือเครื่องสร้างเสียงสีขาว ช่วยให้นอนหลับได้ระหว่างรอการแก้ไข
หากต้องเจาะผนังหรือตกแต่งเพิ่ม ตรวจกฎรีโนเวทของโครงการก่อน ดูหัวข้อกฎนิติบุคคลได้ที่บทความ ตกแต่งคอนโดปล่อยเช่าเท่าไรถึงคุ้ม?
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ห้องข้างบนรีโนเวทและเจาะสว่านวันเสาร์-อาทิตย์ ทำอะไรได้บ้าง
หลายโครงการจำกัดวันและเวลาที่ทำงานเสียงดัง และมักห้ามหรือจำกัดวันหยุด แต่กฎต่างกันตามโครงการ ให้ตรวจข้อบังคับหรือประกาศของนิติบุคคล แล้วแจ้งนิติบุคคลให้ตรวจสอบว่าผู้รับเหมาได้รับอนุญาตและทำงานในเวลาที่กำหนดหรือไม่ หากไม่ตรงกับกฎ นิติบุคคลมักเป็นผู้ประสานให้ระงับหรือปรับเวลาทำงาน
ผู้เช่าห้องข้างๆ ทำเสียงดัง เจ้าของห้องต้องรับผิดชอบไหม
ผู้อยู่อาศัยต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของโครงการ และนิติบุคคลมักแจ้งเจ้าของห้องให้ดูแลผู้เช่าและอาจเรียกเก็บค่าปรับผ่านห้องชุด ทั้งนี้ขึ้นกับข้อบังคับของโครงการ หากผู้เช่าฝ่าฝืนซ้ำ เจ้าของห้องอาจเลิกสัญญาเช่าได้ตามเงื่อนไขในสัญญาเช่า ไม่ใช่สิทธิที่ใช้ได้ทันทีในทุกกรณี
หากคุณเป็นผู้เช่า ควรตรวจสภาพเสียงรอบห้องก่อนเซ็นสัญญา ดูรายการตรวจที่ ก่อนเช่าคอนโดต้องเช็กอะไรบ้าง? และหากต้นเหตุคือแขกที่พักรายวันในโครงการ ดูข้อมูลที่ ปล่อยเช่าคอนโดรายวัน (Airbnb) ผิดกฎหมายไหม?
เสียงสุนัขเห่าจากห้องข้างๆ ต้องทำอย่างไร
เริ่มจากเจรจาและแจ้งนิติบุคคลตามขั้นตอนข้างต้น เพราะข้อบังคับเรื่องสัตว์เลี้ยงมักครอบคลุมเสียงรบกวนด้วย ดูภาพรวมได้ที่ คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ไหม?
ถ้าแจ้งนิติบุคคลแล้วไม่ดำเนินการ ทำอย่างไรต่อ
เก็บสำเนาคำร้องและวันที่ยื่น ติดตามเป็นลายลักษณ์อักษร และสอบถามช่องทางร้องเรียนเรื่องการบริหารนิติบุคคลในข้อบังคับของโครงการ ซึ่งอาจเสนอเข้าที่ประชุมเจ้าของร่วมหรือเสนอต่อคณะกรรมการ ส่วนการร้องเรียนหน่วยงานท้องถิ่นหรือแจ้งตำรวจเมื่อมีเหตุจริงเป็นทางเลือกคู่ขนานได้
สรุป
เมื่อเจอเพื่อนบ้านเสียงดังในคอนโด ควรเริ่มจากเจรจา แล้วไล่ไปแจ้งนิติบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษร แจ้งตำรวจเมื่อมีเหตุยามวิกาลหรือรุนแรง ร้องเรียนหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อกระทบสุขภาพ และพิจารณาฟ้องแพ่งเป็นทางสุดท้าย พร้อมเก็บหลักฐานที่แสดงเวลา ทิศทางเสียง และความถี่ ควบคู่กับการตรวจข้อบังคับของโครงการ ซึ่งมักเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้เร็วที่สุด
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือแตกต่างกันในแต่ละกรณี กรุณาตรวจสอบกับนิติบุคคลอาคารชุด หน่วยงานท้องถิ่น ตำรวจ หรือทนายความ ก่อนดำเนินการ
