ลงประกาศขายคอนโดเชียงใหม่ไม่มีคนทัก? เช็ก 7 จุดพลาด พร้อมวิธีแก้ ในปี 2026

  • Chiangmai Living Team โดย Chiangmai Living Team
  • 3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา
condo-chiang-mai-not-selling (2)

ประกาศขายคอนโดมาหลายเดือนแล้วแต่ไม่มีใครทัก ขณะที่ห้องข้างๆ ขายออกไปแล้ว เป็นสถานการณ์ที่เจ้าของห้องคอนโดในเชียงใหม่เจอได้บ่อย ทั้งที่ห้องอาจไม่ได้แย่ แต่ราคา รูปประกาศ หรือเอกสารอาจยังไม่พร้อม

บทความนี้สรุปวิธีเช็ก 7 สาเหตุที่พบบ่อย วิธีตั้งราคา จุดขายเฉพาะเชียงใหม่ และต้นทุนวันโอนฝั่งผู้ขาย พร้อมแผนแก้ 30 วัน เพื่อให้คุณปรับห้องและประกาศได้อย่างมั่นใจ

สรุปใน 30 วินาที
▸  เช็กราคาก่อน: เทียบราคาต่อ ตร.ม. กับห้องในโครงการเดียวกัน และดูส่วนต่างระหว่างราคาขายกับราคาประเมินธนาคารที่ผู้ซื้อต้องจ่ายเอง
▸  ปรับห้องและประกาศ: ซ่อมจุดเล็ก ถ่ายรูปใหม่ และระบุข้อมูลห้องกับผู้รับผิดชอบค่าโอนให้ครบ
▸  เตรียมเอกสารและต้นทุนวันโอน: ใบปลอดหนี้ ยอดไถ่ถอนจำนอง และภาษีฝั่งผู้ขาย

ประกาศขายมานานแค่ไหนถึงเรียกว่าขายไม่ออก

ประกาศขายมานานแค่ไหนถึงเรียกว่าขายไม่ออก

ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะระยะเวลาขายขึ้นอยู่กับทำเล ราคา และช่วงเวลาของตลาด แต่ใช้สัญญาณเหล่านี้ช่วยประเมินเบื้องต้นได้:

  • ลงประกาศผ่านไปราว 4-8 สัปดาห์ แต่แทบไม่มีคนทักหรือขอเข้าชมห้อง: มักเป็นสัญญาณว่าราคาหรือรูปประกาศมีปัญหา
  • มีคนเข้าชมห้อง แต่ไม่มีใครเสนอราคา: มักเป็นเรื่องสภาพห้อง ราคาสูงกว่าที่ผู้ซื้อเห็นว่าคุ้ม หรือค่าใช้จ่ายรวมวันโอนสูงเกินคาด
  • มีคนเสนอราคา แต่ปิดดีลไม่ได้: มักเป็นเรื่องกู้ธนาคารไม่ผ่าน เอกสารไม่พร้อม หรือตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายวันโอนไม่ลงตัว

**หมายเหตุ: ตัวเลข 4-8 สัปดาห์เป็นเกณฑ์ประมาณการเพื่อช่วยสังเกต ไม่ใช่สถิติทางการ ห้องบางทำเลอาจขายนานกว่านี้ได้ตามปกติ

7 สาเหตุที่ทำให้คอนโดเชียงใหม่ขายไม่ออก

7 สาเหตุที่ทำให้คอนโดเชียงใหม่ขายไม่ออก
  • ราคาสูงกว่าห้องเทียบเคียงในโครงการหรือย่านเดียวกัน (Overpricing) – เป็นสาเหตุที่พบบ่อย เพราะผู้ซื้อเทียบราคาต่อตารางเมตรได้ง่าย และถ้าราคาสูงกว่าราคาประเมินธนาคารมาก ผู้ซื้อต้องเตรียมเงินสดส่วนต่างเอง
  • สภาพห้องไม่พร้อมอยู่ – กลิ่นอับ สีลอก ก๊อกรั่ว เฟอร์นิเจอร์ชำรุด ทำให้ผู้ซื้อคิดค่าซ่อมเพิ่มและต่อรองราคาลง
  • รูปประกาศไม่ดึงดูด – มืด เบลอ ถ่ายติดของรก หรือมีรูปน้อยเกินไป ผู้ซื้อจึงเลื่อนผ่านโดยไม่กดดู
  • หัวข้อและรายละเอียดประกาศไม่ครบ – ไม่ระบุชื่อโครงการ ขนาด ชั้น ทิศ ราคา หรือใครรับผิดชอบค่าโอน
  • ลงผิดกลุ่มเป้าหมาย – เช่น ห้อง Studio ใกล้มหาวิทยาลัยแต่เขียนประกาศเหมือนห้องสำหรับครอบครัว
  • เอกสารและภาระผูกพันไม่พร้อม – เช่น ยังติดจำนอง มีค่าส่วนกลางค้าง หรือไม่รู้ยอดไถ่ถอนที่ชัดเจน
  • ประกาศค้างนาน ไม่มีการอัปเดต – ข้อมูลเก่า ราคาเดิม รูปเดิม ทำให้ผู้ซื้อมองว่าเป็นห้องที่ขายไม่ออกและต่อรองหนัก

วิธีตั้งราคาให้ขายได้จริง

วิธีตั้งราคาให้ขายได้จริง

ขั้นที่ 1: หาราคาเทียบเคียง (Comparable)

ค้นหาห้องขนาดและชั้นใกล้เคียงในโครงการเดียวกันหรือโครงการข้างเคียง แล้วเทียบ ราคาต่อตารางเมตร ควรดูทั้งราคาที่ประกาศอยู่ และราคาที่ปิดการขายจริงหากสอบถามจากนิติบุคคลหรือเอเจนต์ได้ เพราะราคาประกาศมักสูงกว่าราคาที่ตกลงกันจริง

ขั้นที่ 2: เข้าใจ 

ราคาประเมินมี 2 แบบที่คนมักสับสน:

  • ราคาประเมินของธนาคาร: ใช้พิจารณาวงเงินกู้ของผู้ซื้อ ธนาคารมักประเมินเมื่อมีผู้ซื้อยื่นขอสินเชื่อ ผู้ขายอาจประเมินล่วงหน้าเองไม่ได้ จึงควรถามเจ้าหน้าที่สินเชื่อหรือเอเจนต์ที่มีประสบการณ์ให้ช่วยประเมินคร่าวๆ
  • ราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมธนารักษ์: ใช้เป็นฐานคำนวณค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีตอนโอนที่สำนักงานที่ดิน ไม่ใช่ราคาเดียวกับของธนาคาร

ถ้าราคาขายสูงกว่าราคาประเมินธนาคารมาก ผู้ซื้อต้องจ่ายส่วนต่างเป็นเงินสด ซึ่งทำให้กลุ่มผู้ซื้อที่ต้องกู้ลดลง

ขั้นที่ 3: ตั้งราคาแล้วต้องมีแผนปรับ

แทนที่จะลดราคาตามอารมณ์ ให้กำหนดกรอบล่วงหน้า เช่น ถ้าผ่านไปหลายสัปดาห์ไม่มีผู้เข้าชม ให้ทบทวนราคาและรูปก่อน หากมีผู้เข้าชมแต่ไม่มีข้อเสนอ ให้ปรับสภาพห้องและเงื่อนไขวันโอน ก่อนลดราคา และใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เช่น จำนวนคนเข้าชม คำติชมจากผู้ที่มาดูห้อง และราคาห้องเทียบเคียงที่เปลี่ยนไป

จัดห้องให้พร้อมขาย (Home Staging) แบบไม่ต้องรีโนเวทใหญ่

  • เก็บของส่วนตัวและจัดระเบียบ (Declutter): ผู้ซื้อต้องจินตนาการว่าตัวเองอยู่ในห้องนี้ได้ ควรเก็บของใช้ส่วนตัว ภาพครอบครัว และของที่วางเกะกะ
  • ซ่อมจุดเล็กที่ทำให้ดูไม่ใส่ใจ: ก๊อกรั่ว หลอดไฟขาด ประตูฝืด รอยเปื้อนบนผนัง ซิลิโคนห้องน้ำขึ้นรา การทาสีเฉพาะจุดหรือทาใหม่ด้วยสีโทนสว่างช่วยให้ห้องดูสะอาด
  • จัดการกลิ่นและความชื้น: ห้องที่ปิดไว้นานโดยเฉพาะช่วงฤดูฝนอาจมีกลิ่นอับ ควรเปิดระบายอากาศ ล้างแอร์ และทำความสะอาดห้องน้ำก่อนนัดชม
  • เตรียมห้องก่อนผู้ซื้อมาชม: เปิดไฟและม่านให้ห้องสว่าง เปิดแอร์ให้เย็นก่อนผู้ซื้อมาถึงเล็กน้อย หากใช้ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศ ควรเลือกกลิ่นอ่อนๆ เพราะบางคนแพ้ง่าย
  • ตัวเลือกแทนการลดราคา: เช่น แถมเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอยู่ หรือออกค่าธรรมเนียมโอนส่วนของผู้ซื้อบางส่วน ควรคำนวณต้นทุนเทียบกับการลดราคาตรงๆ ก่อน และเขียนเงื่อนไขให้ชัดเจนในประกาศ

ถ่ายรูปและเขียนประกาศให้ดึงคนทัก

ถ่ายรูปและเขียนประกาศให้ดึงคนทัก

เทคนิคถ่ายภาพ

  • เตรียมห้อง: จัดเตียงให้เรียบ เก็บสายไฟ ปิดฝาชักโครก เก็บของใช้ในห้องน้ำและครัว
  • เลือกเวลาที่แสงธรรมชาติดี: ช่วงสายถึงบ่ายต้นๆ มักได้แสงสม่ำเสมอ (ขึ้นกับทิศของห้อง) เปิดม่านให้แสงเข้า เปิดไฟในห้องช่วยเสริม และเลี่ยงการถ่ายย้อนแสงจัด
  • เลือกมุมที่เห็นขนาดห้องจริง: ถ่ายจากมุมห้องหรือแนวทแยง ไม่ใช้เลนส์มุมกว้างจนห้องผิดสัดส่วน และถ่ายครบทุกพื้นที่ ทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ครัว ระเบียง
  • ถ่ายส่วนกลางและวิว: สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ล็อบบี้ ที่จอดรถ และวิวจากระเบียง ช่วงที่ฟ้าโปร่ง
  • แต่งภาพเล็กน้อย: ปรับแสงและสีด้วยแอปอย่าง Lightroom หรือ Snapseed ได้ แต่ไม่ควรแต่งจนห้องดูต่างจากความจริง เพราะผู้ซื้อจะผิดหวังตอนเข้าชม
  • จำนวนรูป: ควรมีรูปครบทุกพื้นที่หลักของห้อง (โดยทั่วไป 10-15 รูปถือว่าเพียงพอ) หากทำได้ให้เพิ่มวิดีโอสั้นหรือ Virtual Tour เพื่อผู้ซื้อที่อยู่ต่างพื้นที่

เขียนประกาศให้ครบและน่าเชื่อถือ

ตัวอย่างข้อมูลที่ควรมีในประกาศเสมอ

  • ชื่อโครงการ ทำเล และตำแหน่งชั้น/ทิศ/วิว
  • ขนาดห้อง (ตร.ม.) จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ และสิ่งที่รวมในราคา เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ราคาขาย และระบุชัดเจนว่าค่าโอนและภาษีใครรับผิดชอบ
  • ค่าส่วนกลางต่อเดือน ที่จอดรถ และสถานะห้อง (ว่าง/มีผู้เช่า)
  • ระยะทางหรือเวลาเดินทางไปสถานที่สำคัญ เช่น มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า สนามบิน
  • ข้อมูลติดต่อและช่วงเวลาที่นัดชมได้

ช่องทางลงประกาศและการหมุนเวียนประกาศ

ช่องทางลงประกาศและการหมุนเวียนประกาศ
  • เว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์: เช่น DDproperty, Hipflat, Livinginsider, DotProperty, PropertyHub เลือกลงอย่างน้อย 2-3 แห่งที่ผู้ซื้อในเชียงใหม่ใช้จริง และตรวจเงื่อนไขการลงประกาศของแต่ละเว็บก่อน
  • Facebook Group และ Marketplace: เหมาะกับห้องราคาประหยัดและผู้ซื้อในพื้นที่ ควรอ่านกฎของกลุ่มก่อนโพสต์
  • ช่องทางสำหรับผู้ซื้อต่างชาติ: ใช้ประกาศภาษาอังกฤษและรูปคุณภาพสูง หากห้องมีโควตาต่างชาติ
  • เอเจนต์/นายหน้า: ช่วยกรองผู้ซื้อ นัดชมห้อง และประสานเรื่องสินเชื่อ ค่านายหน้าที่พบบ่อยคือประมาณ 3% ของราคาขายจริง และมักจ่ายเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สำเร็จ หากนายหน้าเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม อาจมี VAT 7% เพิ่มจากค่านายหน้า ควรตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเรื่องอัตราและภาษีก่อนเซ็นสัญญา ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความเรื่องขายและปล่อยเช่าคอนโดเชียงใหม่ผ่านเอเจนต์ของเรา

ควรรีเฟรชประกาศอย่างไร

ถ้าประกาศผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วไม่มีความคืบหน้า ให้ทบทวนทั้งชุด ไม่ใช่แค่ดันประกาศขึ้นด้านบน: เปลี่ยนรูปหลัก เพิ่มรูปใหม่ ปรับหัวข้อและรายละเอียด ตรวจราคาเทียบกับห้องที่เพิ่งลงใหม่ แล้วอัปเดตวันที่ บางแพลตฟอร์มแสดงประกาศใหม่หรือที่เพิ่งแก้ไขก่อน แต่เงื่อนไขการเรียงลำดับของแต่ละแพลตฟอร์มต่างกัน และบางแห่งไม่อนุญาตให้ลงประกาศซ้ำ จึงควรอ่านกติกาของแพลตฟอร์มก่อนลบแล้วลงใหม่

จุดขายเฉพาะเชียงใหม่ที่ช่วยให้ห้องโดดเด่น

จุดขายเฉพาะเชียงใหม่ที่ช่วยให้ห้องโดดเด่น

1. โควตาต่างชาติ (Foreign Quota)

กฎหมายอาคารชุดอนุญาตให้ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ไม่เกิน 49% ของพื้นที่รวมทุกห้องในโครงการ หากโครงการยังมีโควตาเหลือ ให้ระบุคำว่า Foreign Quota Available ในประกาศภาษาอังกฤษ โดยตรวจกับนิติบุคคลก่อนว่ายังมีโควตาจริง

ข้อควรรู้สำหรับผู้ขาย: ผู้ซื้อต่างชาติต้องโอนเงินตราต่างประเทศเข้ามาจากต่างประเทศ และมีเอกสาร FET Form (ธ.ต.3) จากธนาคารเป็นหลักฐานใช้ที่สำนักงานที่ดิน ผู้ซื้อกลุ่มนี้จึงมักไม่ต้องรอผลกู้ธนาคารในไทย แต่ก็ต้องเตรียมเวลาโอนเงินและเอกสารให้ครบ ส่วนมาตรการลดค่าโอนเหลือ 0.01% ใช้กับผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยเท่านั้น

2. อากาศสะอาดและฤดูฝุ่น PM2.5

เชียงใหม่มักมีช่วงฝุ่นควันหนักสะสมราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน (แตกต่างกันในแต่ละปี) ผู้ซื้อและผู้เช่าจำนวนหนึ่งจึงให้ความสำคัญกับห้องที่ปิดสนิท ประตูหน้าต่างซีลดี และเครื่องฟอกอากาศ หากห้องมีสิ่งเหล่านี้ ให้ระบุไว้เป็นจุดขาย แต่ไม่ควรอ้างว่ากันฝุ่น PM2.5 ได้ 100%

3. ดีมานด์ตามทำเล

  • ย่านมหาวิทยาลัย (เช่น หน้า มช. สุเทพ ช้างเผือก): มีดีมานด์ผู้เช่านักศึกษาและบุคลากร ผู้ซื้อกลุ่มนักลงทุนอาจสนใจห้อง Studio/1 ห้องนอนที่ปล่อยเช่าต่อได้ ควรเน้นระยะทางถึงมหาวิทยาลัย และถ้าระบุค่าเช่า ให้ใช้ตัวเลขที่ตรวจสอบได้จากสัญญาเช่าจริง
  • ย่านนิมมานเหมินท์และในเมือง: มักเหมาะกับผู้เช่าวัยทำงาน นักท่องเที่ยวระยะยาว และ Digital Nomad เน้นความสะดวกเดินทาง ร้านอาหาร และความเงียบของห้อง
  • ย่านชานเมือง/ขอบเมือง: เน้นพื้นที่ใช้สอยกว้างกว่า ที่จอดรถ และความสงบ เหมาะกับผู้ซื้ออยู่เอง

4. ขายพร้อมผู้เช่า (Sale with Tenant)

ถ้าห้องมีผู้เช่าอยู่ ให้พิจารณาขายแบบมีสัญญาเช่า นักลงทุนจะเห็นรายได้จริงและไม่ต้องรอหาผู้เช่าใหม่ แต่ต้องแนบสัญญาเช่า หลักฐานการรับค่าเช่า และตกลงเรื่องการส่งมอบห้องให้ชัดเจน

ค่าใช้จ่ายและภาษีวันโอน (ผู้ขายควรรู้ก่อนตั้งราคา)

ค่าใช้จ่ายและภาษีวันโอน (ผู้ขายควรรู้ก่อนตั้งราคา)

ผู้ขายที่คำนวณต้นทุนวันโอนล่วงหน้าจะตั้งราคาและต่อรองได้มั่นใจกว่า ตารางนี้เป็นหลักเกณฑ์ทั่วไป (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569) กรณีเฉพาะอาจต่างออกไป ควรตรวจกับสำนักงานที่ดินก่อนวันโอนอีกครั้ง

รายการรายละเอียด
ค่าธรรมเนียมการโอน 2%คิดจากราคาประเมินทุนทรัพย์หรือราคาซื้อขาย แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า ตามธรรมเนียมมักแบ่งจ่ายคนละครึ่ง แต่ตกลงกันได้ในสัญญา
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายผู้ขายเป็นผู้รับภาระตามกฎหมาย สำนักงานที่ดินคำนวณจากราคาประเมินและจำนวนปีที่ถือครอง
ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%ผู้ขายจ่ายเมื่อถือครองห้องไม่ถึง 5 ปี และไม่เข้าเกณฑ์ยกเว้น (อัตรานี้รวมภาษีท้องถิ่นแล้ว)
อากรแสตมป์ 0.5%ผู้ขายจ่ายแทนภาษีธุรกิจเฉพาะ เมื่อได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ถือครองเกิน 5 ปี หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของห้องนั้นไม่น้อยกว่า 1 ปี) ทั้งสองอย่างคิดจากราคาขายหรือราคาประเมิน แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า
ค่านายหน้า (ถ้ามี)โดยทั่วไปประมาณ 3% ของราคาขายจริง อาจมี VAT 7% หากนายหน้าจดทะเบียน VAT ตกลงล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร
ค่าส่วนกลางค้างชำระ/ไถ่ถอนจำนองต้องขอใบปลอดหนี้จากนิติบุคคล และไถ่ถอนจำนองก่อนหรือในวันโอน

มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01%: ครอบคลุมที่อยู่อาศัยรวมห้องชุด ทั้งมือหนึ่งและมือสอง เมื่อราคาซื้อขายและราคาประเมินไม่เกิน 7 ล้านบาท และผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย ตามประกาศที่มีผลถึง 30 มิถุนายน 2570 (ค.ศ. 2027) มาตรการนี้อาจถูกปรับหรือยกเลิกได้ ควรตรวจประกาศฉบับล่าสุดของกรมที่ดินก่อนอ้างถึงในประกาศขาย ข้อนี้เป็นจุดขายสำคัญสำหรับห้องราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท เพราะช่วยลดเงินสดที่ผู้ซื้อต้องเตรียม

แผนแก้ 30 วันสำหรับคอนโดที่ขายไม่ออก

ช่วงเวลาสิ่งที่ควรทำ
สัปดาห์ที่ 1ตรวจราคาเทียบห้องในโครงการและย่านเดียวกัน ถามเจ้าหน้าที่สินเชื่อหรือเอเจนต์เรื่องราคาประเมินคร่าวๆ รวบรวมเอกสาร (โฉนดห้องชุด ใบปลอดหนี้ ยอดไถ่ถอนจำนอง)
สัปดาห์ที่ 2ซ่อมจุดเล็ก ทำความสะอาดลึก จัดห้อง ถ่ายรูปและวิดีโอใหม่ทั้งชุด
สัปดาห์ที่ 3เขียนประกาศใหม่ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ (ถ้ามีโควตาต่างชาติ) ลง 2-3 แพลตฟอร์ม และแจ้งเอเจนต์ในพื้นที่
สัปดาห์ที่ 4ดูจำนวนคนเข้าชมและคนทัก หากเข้าชมน้อยให้ปรับราคาหรือรูป หากเข้าชมแต่ไม่เสนอราคาให้ปรับเงื่อนไขวันโอนและสภาพห้อง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ขายคอนโดมือสอง ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?

ผู้ขายต้องเตรียมภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (กรณีถือครองไม่ถึง 5 ปี) หรืออากรแสตมป์ 0.5% (กรณีถือครองเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1 ปี) ส่วนค่าธรรมเนียมโอน 2% มักแบ่งจ่ายคนละครึ่ง แต่ตกลงกันได้ ดูรายละเอียดในหัวข้อที่ 8

ต้องโอนกรรมสิทธิ์คอนโดที่ไหน?

โดยปกติโอนที่สำนักงานที่ดินที่ห้องชุดตั้งอยู่ ปัจจุบันกรมที่ดินมีบริการจดทะเบียนต่างสำนักงานที่ดินสำหรับนิติกรรมบางประเภท เช่น ซื้อขาย แต่ขึ้นกับสำนักงานที่รองรับ ควรโทรสอบถามสำนักงานที่ดินล่วงหน้า

ค่านายหน้าขายคอนโดคิดอย่างไร?

อัตราที่พบบ่อยคือประมาณ 3% ของราคาขายจริง เช่น ขายได้ 2,000,000 บาท ค่านายหน้าประมาณ 60,000 บาท และมักชำระเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สำเร็จ หากนายหน้าจดทะเบียน VAT อาจมี VAT 7% เพิ่มจากค่านายหน้า (ตัวอย่าง 60,000 บาท + VAT 4,200 บาท) ทั้งนี้ตกลงกันได้ ควรทำสัญญาแต่งตั้งนายหน้าให้ชัดเจนเรื่องอัตรา ระยะเวลา และภาษี

ผู้ซื้อควรเช็กอะไรก่อนวางเงินจอง?

ผู้ซื้อควรตรวจสอบวงเงินสินเชื่อเบื้องต้น (Pre-approve) สอบถามว่าใครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายวันโอน ขอดูโฉนดห้องชุดตัวจริงเพื่อตรวจชื่อเจ้าของและภาระจำนอง และชำระเงินตามที่ระบุในสัญญาจองที่ชัดเจนเท่านั้น โดยตรวจว่าบัญชีรับเงินเป็นของเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้อง

ลดราคาเท่าไรถึงจะขายได้?

ไม่มีตัวเลขสากล ให้ใช้ราคาห้องเทียบเคียงเป็นหลัก หากราคาของคุณสูงกว่าห้องที่ขายได้จริงในโครงการเดียวกัน ให้ปรับให้อยู่ในช่วงราคาตลาดก่อน แล้วจึงดูผลตอบรับ

สรุป

คอนโดขายไม่ออกไม่ใช่เรื่องรอโชค แต่คือการไล่แก้ทีละจุด ตั้งราคาให้สอดคล้องกับตลาดและราคาประเมิน จัดห้องให้พร้อมอยู่ ถ่ายรูปและเขียนประกาศให้ชัด เลือกช่องทางให้ตรงกลุ่มผู้ซื้อ และเตรียมเอกสารกับต้นทุนวันโอนให้ครบ เมื่อทำครบ ห้องของคุณจะมีโอกาสถูกเลือกมากขึ้น

Compare listings

เปรียบเทียบ