แอร์ไม่เย็น ท่อน้ำรั่ว หรือชักโครกใช้งานไม่ได้ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ในห้องเช่าทุกประเภท และมักนำไปสู่คำถามว่าค่าซ่อมเป็นของเจ้าของห้องหรือผู้เช่า
บทความนี้อธิบายว่าค่าซ่อมห้องเช่า ใครรับผิดชอบ ตามหลักกฎหมายเช่าทรัพย์ พร้อมตารางแยกว่ารายการไหนมักเป็นของใคร ขั้นตอนเมื่อเจ้าของห้องไม่ซ่อม และข้อสัญญาที่ควรเขียนไว้ เพื่อให้คุณเช่าหรือปล่อยเช่าได้อย่างมั่นใจ
| สรุปใน 30 วินาที ▸หลักกฎหมาย: ผู้ให้เช่าต้องจัดการซ่อมแซมที่จำเป็นระหว่างเช่า ส่วนผู้เช่าต้องสงวนรักษาทรัพย์สินและซ่อมแซมเล็กน้อย โดยสัญญาอาจกำหนดรายละเอียดเพิ่มได้ ▸เกณฑ์แบ่ง: ดูว่าเสียจากการใช้งานปกติหรือเสื่อมตามเวลา หรือเกิดจากความประมาทและการใช้งานผิดวิธี ▸เมื่อเจ้าของไม่ซ่อม: แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ให้เวลาตามสมควร เก็บหลักฐาน แล้วจึงพิจารณาซ่อมเองและขอคืนค่าใช้จ่ายหรือบอกเลิกสัญญาตามเงื่อนไข |
กฎหมายเช่าทรัพย์ว่าด้วยการซ่อมแซมไว้อย่างไร
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) ลักษณะเช่าทรัพย์ วางหลักกว้างๆ ไว้ ไม่ได้ระบุรายการซ่อมแยกเป็นข้อๆ หลักที่ใช้บ่อยมีดังนี้:
- ผู้ให้เช่า (มาตรา 550): ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่เกิดขึ้นระหว่างเช่า และต้องจัดการซ่อมแซมสิ่งที่จำเป็น เว้นแต่การซ่อมแซมที่กฎหมายหรือจารีตประเพณีถือว่าผู้เช่าต้องทำเอง
- ผู้เช่า (มาตรา 553): ต้องสงวนรักษาทรัพย์สินที่เช่าเสมือนที่วิญญูชนพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง และต้องบำรุงรักษาทั้งซ่อมแซมเล็กน้อยด้วย
- ค่าใช้จ่ายที่ผู้เช่าออกไปก่อน (มาตรา 547): หากผู้เช่าเสียค่าใช้จ่ายไปโดยจำเป็นและสมควรเพื่อรักษาทรัพย์สินที่เช่า ผู้ให้เช่าต้องชดใช้ให้ เว้นแต่ค่าบำรุงรักษาตามปกติและค่าซ่อมแซมเพียงเล็กน้อย
แนวคิดที่ใช้ตัดสินในทางปฏิบัติคือ สิ่งที่เสียเกิดจากการใช้งานตามปกติหรือเสื่อมสภาพตามเวลา หรือเกิดจากความประมาทหรือการใช้ผิดวิธีของผู้เช่า กรณีแรกมักเป็นภาระของเจ้าของห้อง ส่วนกรณีหลังมักเป็นของผู้เช่า นอกจากนี้ ผู้เช่าไม่ต้องรับผิดต่อความสูญหายหรือบุบสลายที่เกิดจากการใช้ทรัพย์สินโดยชอบ (มาตรา 562 วรรคสอง)
ทั้งนี้ คู่สัญญาตกลงแบ่งความรับผิดชอบเรื่องการซ่อมไว้ในสัญญาเช่าได้ ดังนั้นควรอ่านสัญญาประกอบเสมอ และข้อสัญญาที่เขียนเอาเปรียบเกินสมควรอาจไม่มีผลตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ในกรณีที่เจ้าของห้องเข้าข่ายเป็นผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าตามประกาศของ สคบ. สัญญาเช่าบางรูปแบบจึงมีข้อห้ามเรื่องการผลักภาระความเสื่อมสภาพตามปกติให้ผู้เช่า
หลักกฎหมายและแนวปฏิบัติอาจเปลี่ยนแปลงได้ และแต่ละห้องมีสัญญาต่างกัน ควรอ่านสัญญาและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจจ่ายหรือปฏิเสธค่าซ่อมก้อนใหญ่
ซ่อมในคอนโด อะไรเป็นของห้อง อะไรเป็นของส่วนกลาง

คอนโดต่างจากบ้านเช่าตรงที่บางส่วนเป็นทรัพย์ส่วนกลางซึ่งนิติบุคคลอาคารชุดเป็นผู้ดูแล ไม่ใช่เจ้าของห้องหรือผู้เช่า ก่อนตกลงกันเรื่องค่าซ่อม ควรแยกให้ออกก่อนว่าจุดที่เสียอยู่ในห้องหรืออยู่ส่วนกลาง
- ภายในห้องชุด: เช่น ก๊อกน้ำ สุขภัณฑ์ สายไฟและเบรกเกอร์ในห้อง เครื่องปรับอากาศ เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เจ้าของจัดให้ เจ้าของห้องเป็นผู้ดูแลในฐานะเจ้าของ และสัญญาเช่าแบ่งต่อให้ผู้เช่า
- ส่วนกลาง: เช่น ท่อหลักของอาคาร ดาดฟ้า ปั๊มน้ำและลิฟต์ นิติบุคคลเป็นผู้ดูแล ผู้เช่าควรแจ้งเจ้าของห้องหรือนิติบุคคลตามช่องทางที่โครงการกำหนด
ขอบเขตส่วนกลางและส่วนบุคคลเป็นไปตามข้อบังคับของแต่ละโครงการ ควรสอบถามนิติบุคคลก่อนเรียกช่างภายนอกเข้าไปซ่อมในจุดที่อาจเป็นส่วนกลาง
เคสยอดฮิต แอร์ ท่อน้ำ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเฟอร์นิเจอร์

กรณีแอร์
- แอร์เก่าจนคอมเพรสเซอร์พังหรือบอร์ดเสีย: หากผู้เช่าใช้งานตามปกติ มักเป็นภาระของเจ้าของห้อง เพราะเป็นความเสื่อมตามอายุการใช้งาน
- ล้างแอร์ตามรอบ: เป็นการบำรุงรักษา ในทางปฏิบัติหลายสัญญาให้ผู้เช่ารับผิดชอบค่าล้างระหว่างเช่า แต่ไม่ใช่เรื่องที่กฎหมายบังคับตายตัว ขึ้นกับสัญญา เจ้าของบางรายล้างให้ก่อนส่งมอบหรือล้างให้ปีละครั้ง
- น้ำยาแอร์พร่อง: มักเป็นสัญญาณของรอยรั่วหรืออุปกรณ์เสื่อม ไม่ใช่การบำรุงรักษาปกติ ควรให้ช่างตรวจหาสาเหตุก่อน แล้วค่อยแบ่งค่าใช้จ่ายตามสาเหตุ
- น้ำแอร์หยดจนพื้นเสียหาย: ถ้าผู้เช่าทราบอยู่แล้วว่ามีน้ำหยดแต่ไม่แจ้งเจ้าของและปล่อยจนพื้นไม้ลามิเนตบวม หรือเพิกเฉยไม่ล้างตามที่สัญญาให้ล้าง ผู้เช่าอาจต้องรับผิดต่อความเสียหายส่วนที่เกิดจากการละเลย แต่ถ้าต้นเหตุคือแอร์ที่เสื่อมสภาพโดยผู้เช่าไม่รู้ ภาระส่วนนั้นอาจเป็นของเจ้าของห้อง จึงควรเก็บภาพและแจ้งทันทีที่พบ
กรณีท่อและน้ำรั่ว
- ท่อน้ำหรือท่อน้ำทิ้งแตกจากความเสื่อมของระบบ: มักเป็นภาระของเจ้าของห้อง ถ้าอยู่ในส่วนกลางให้แจ้งนิติบุคคล
- ท่อซิงก์ตันจากเศษอาหาร ท่อห้องน้ำตันจากเส้นผมหรือทิชชู่: เกิดจากการใช้งาน ผู้เช่ามักเป็นผู้ดูแลและทะลวงท่อ
- น้ำรั่วลงห้องชั้นล่าง: ผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหายต้องรับผิดตามหลักละเมิดทั่วไป หากต้นเหตุคือท่อหรือยาแนวที่เสื่อมสภาพ เจ้าของห้องมักต้องรับผิดชอบ หากต้นเหตุคือผู้เช่าลืมปิดน้ำจนล้น ผู้เช่าอาจต้องรับผิดชอบ และเจ้าของห้องอาจเรียกคืนจากผู้เช่า รายละเอียดแต่ละเหตุการณ์ต่างกัน ควรเก็บภาพและแจ้งนิติบุคคลทันที
ดูรายละเอียดเรื่องประกันภัยได้ที่ ประกันภัยคอนโดจำเป็นไหม? ประกันนิติบุคคลคุ้มครองอะไร
กรณีเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์
- ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น ทีวีเสียตามอายุการใช้งาน: มักเป็นภาระของเจ้าของห้อง ในฐานะเจ้าของทรัพย์ที่ให้เช่า
- โซฟาขาดจากสัตว์เลี้ยง รอยไหม้ กระจกแตกจากการใช้งาน: มักเป็นภาระของผู้เช่า และอาจถูกหักจากเงินประกันตามสัญญา
ตัวอย่างข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไป ผลจริงขึ้นกับสาเหตุของความเสียหายและเงื่อนไขในสัญญาเช่าแต่ละฉบับ
ตารางสรุป เจ้าของห้องหรือผู้เช่าจ่าย

ตารางนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับการตกลงกัน ไม่ใช่ข้อกำหนดตามกฎหมายเป็นรายการ:
| รายการ | มักเป็นของเจ้าของห้อง (เสื่อมสภาพ/ซ่อมใหญ่) | มักเป็นของผู้เช่า (บำรุงรักษา/ความประมาท) |
|---|---|---|
| ระบบไฟฟ้า | เบรกเกอร์ สายไฟในผนังที่เสื่อมหรือช็อต | เปลี่ยนหลอดไฟที่ขาด ปลั๊กที่ดึงหลุดจากการใช้งาน |
| ระบบประปาและสุขภัณฑ์ | ท่อในห้องที่เสื่อมแตก น้ำรั่วซึมจากความเสื่อมของระบบ (ส่วนกลางแจ้งนิติบุคคล) | ทะลวงท่อตันจากการใช้งาน สายฉีดชำระที่ใช้งานแล้วหลุด ก๊อกที่เสียหายจากการใช้ผิดวิธี |
| เครื่องปรับอากาศ | ชิ้นส่วนเสื่อมตามอายุ เช่น คอมเพรสเซอร์ บอร์ด หรือเปลี่ยนเครื่องที่หมดอายุการใช้งาน | ล้างแอร์ตามรอบที่สัญญากำหนด และความเสียหายจากการละเลยการบำรุงรักษา |
| เครื่องใช้ไฟฟ้า | เสียตามอายุการใช้งานหรือระบบภายใน | ตกแตก น้ำหกใส่ หรือใช้ผิดวิธี |
| เฟอร์นิเจอร์และสภาพห้อง | สีผนังซีดหรือพื้นสึกตามกาลเวลา | รอยเจาะผนัง รอยไหม้ กระจกแตก รอยขีดลึกจากการลากของหนัก |
ค่าซ่อมและความรับผิดชอบจริงอาจต่างจากตารางนี้ตามสัญญาเช่า ข้อบังคับของโครงการ และสาเหตุของความเสียหายในแต่ละกรณี
เมื่อของเสียแล้วเจ้าของห้องไม่ซ่อม ผู้เช่าทำอะไรได้บ้าง

หากเจอท่อแตกหรือไฟรั่ว ให้ลดความเสียหายก่อน เช่น ปิดวาล์วน้ำหรือสับเบรกเกอร์ที่เกี่ยวข้อง แล้วดำเนินการตามลำดับต่อไปนี้:
- ถ่ายภาพหรือวิดีโอความเสียหายพร้อมวันที่ และเก็บหลักฐานการแจ้งทั้งหมด
- แจ้งเจ้าของห้องเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น LINE หรืออีเมล ระบุอาการและขอให้จัดการซ่อมภายในเวลาที่เหมาะสมกับความเร่งด่วน
- ถ้าเป็นเหตุเร่งด่วนและติดต่อเจ้าของไม่ได้ ให้ลดความเสียหายและเรียกช่างทำเฉพาะส่วนที่จำเป็น เก็บใบเสร็จและภาพก่อน-หลังซ่อม
- ขอให้เจ้าของห้องชดใช้ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควร (มาตรา 547) และตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะหักจากค่าเช่าเดือนถัดไปหรือคืนเป็นเงิน
- ถ้าความชำรุดร้ายแรงและเจ้าของไม่แก้ไขภายในเวลาอันสมควรหลังบอกกล่าว ผู้เช่าอาจบอกเลิกสัญญาได้ตามมาตรา 551
การหักค่าเช่าเองโดยไม่ตกลงกับเจ้าของห้อง อาจทำให้ถูกมองว่าผิดนัดชำระค่าเช่า และนำไปสู่ข้อพิพาท หากความเสียหายสูงหรือมีข้อโต้แย้ง ควรปรึกษาทนายความก่อนบอกเลิกสัญญาหรือหักค่าเช่า
มุมเจ้าของห้อง จัดการซ่อมอย่างไรให้ไม่เกิดข้อพิพาท

- ตอบรับเรื่องแจ้งซ่อมเร็ว: แม้ยังไม่ส่งช่างทันที การยืนยันว่ารับเรื่องและบอกกำหนดเวลาช่วยลดความขัดแย้ง
- แจ้งช่องทางและช่างที่ใช้: บอกผู้เช่าว่าต้องแจ้งทางไหน และกรณีเร่งด่วนควรใช้ช่างคนไหน
- เก็บใบเสร็จและภาพ: ช่วยยืนยันค่าใช้จ่ายและเรียกคืนจากผู้เช่าได้ในกรณีที่เป็นความเสียหายจากการใช้งานผิดวิธี
- ตรวจสภาพก่อนปล่อยเช่า: ตรวจแอร์ ท่อ ไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนส่งมอบ ช่วยลดปัญหาที่เกิดไม่นานหลังเข้าอยู่
ดูแนวทางจัดเตรียมห้องและต้นทุนได้ที่ ตกแต่งคอนโดปล่อยเช่าเท่าไรถึงคุ้ม?
สิ้นสุดสัญญา ความเสียหายแบบไหนหักเงินประกันได้

เมื่อผู้เช่าย้ายออก เจ้าของห้องมักตรวจสภาพห้องเทียบกับวันเข้าอยู่ หลักคิดคือ ความสึกหรอจากการใช้งานปกติหรือเสื่อมตามเวลา ไม่ควรถูกหักจากเงินประกัน ส่วนความเสียหายที่เกิดจากการใช้งานผิดวิธีหรือประมาท เจ้าของห้องมักเรียกชดใช้ได้
- ตัวอย่างที่มักไม่ควรหัก: สีผนังซีดจางตามเวลา พื้นสึกเล็กน้อยจากการเดินปกติ คราบเล็กน้อยจากการใช้งานทั่วไป
- ตัวอย่างที่เจ้าของมักเรียกชดใช้ได้: รอยขูดลึกจากลากของหนัก รอยเจาะผนังที่ไม่ได้ซ่อม กลิ่นบุหรี่ที่ติดฝังห้อง ขยะชิ้นใหญ่ที่ทิ้งไว้ และอุปกรณ์ที่เสียหายจากการใช้ผิดวิธี
- หลักฐาน: ผู้ให้เช่าควรมีหลักฐานประกอบการหัก เช่น ภาพถ่ายเทียบวันเข้า ใบเสนอราคาหรือใบเสร็จค่าซ่อม และแจ้งผู้เช่าเป็นลายลักษณ์อักษรว่าหักอะไรเท่าไร
ขั้นตอนทวงเงินประกันและตัวเลขที่เกี่ยวข้องอ่านเพิ่มได้ที่ เงินประกันคอนโดไม่ได้คืนทำอย่างไร?
จำนวนเงินที่หักและเงื่อนไขการคืนขึ้นกับสัญญาและความเสียหายจริง ควรตรวจสัญญาและเก็บหลักฐานก่อนยอมรับหรือโต้แย้งการหักเงิน
เขียนอะไรไว้ในสัญญาก่อนรับกุญแจ

- ทำรายการสภาพห้องและทรัพย์สิน (Inventory) ถ่ายภาพหรือวิดีโอสภาพห้อง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และรอยตำหนิทุกจุดในวันเข้าอยู่ แล้วให้ทั้งสองฝ่ายยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร
- กำหนดเกณฑ์ซ่อมเล็กน้อยให้ชัด อาจตกลงเป็นวงเงินต่อครั้ง เช่น ซ่อมไม่เกินจำนวนที่ตกลง ผู้เช่าจ่ายเอง เกินกว่านั้นเจ้าของห้องจ่าย ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างที่คู่สัญญาตกลงกัน ไม่ใช่เกณฑ์ตามกฎหมาย
- ระบุเรื่องล้างแอร์ เช่น เจ้าของห้องล้างให้ก่อนส่งมอบ ผู้เช่าล้างตามรอบที่ตกลง และล้างก่อนย้ายออก รอบเวลาเป็นเรื่องที่ตกลงกันได้
- กำหนดช่องทางและระยะเวลาแจ้งซ่อม รวมถึงว่าผู้เช่าซ่อมเองก่อนได้ในกรณีใด และจะชดใช้หรือหักค่าเช่าอย่างไร
- ตกลงเรื่องการประกันภัยทรัพย์สินในห้อง ว่าเจ้าของห้องหรือผู้เช่าทำประกันส่วนใด
ดูภาพรวมข้อสัญญาที่ควรตรวจได้ที่ คู่มือสัญญาเช่าคอนโด 10 ข้อ และเช็กลิสต์ก่อนรับห้องที่ ก่อนเช่าคอนโดต้องเช็กอะไรบ้าง?
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ผู้เช่าซ่อมเองก่อนแล้วขอเงินคืนได้ไหม?
หากเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรเพื่อรักษาทรัพย์สิน และไม่ใช่ค่าบำรุงรักษาปกติหรือซ่อมเล็กน้อย ผู้เช่าอาจขอให้เจ้าของห้องชดใช้ได้ตามหลักมาตรา 547 แต่ควรแจ้งเจ้าของก่อนและเก็บใบเสร็จไว้ รวมถึงตกลงวิธีชดใช้เป็นลายลักษณ์อักษร
ค่าล้างแอร์ใครจ่าย?
ขึ้นกับสัญญา ในทางปฏิบัติมักกำหนดให้ผู้เช่าล้างตามรอบระหว่างเช่า ส่วนการซ่อมแอร์ที่เสื่อมตามอายุมักเป็นของเจ้าของห้อง ควรเขียนให้ชัดตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญา
ผู้เช่าทำของเสียหายโดยไม่ตั้งใจ ต้องจ่ายไหม?
ถ้าเกิดจากการใช้ตามปกติโดยชอบ ผู้เช่ามักไม่ต้องรับผิด แต่ถ้าเกิดจากความประมาท เช่น ทำตกแตกหรือลืมปิดน้ำ ผู้เช่าอาจต้องรับผิดชอบ ควรแจ้งเจ้าของห้องทันทีและหาข้อตกลงร่วมกัน
เจ้าของห้องเข้ามาซ่อมโดยไม่แจ้งล่วงหน้าได้ไหม?
ควรนัดหมายผู้เช่าล่วงหน้า เพราะผู้เช่ามีสิทธิใช้ห้องตามสัญญา ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน เช่น น้ำรั่วที่ส่งผลต่อห้องอื่น ควรเขียนเงื่อนไขการเข้าห้องไว้ในสัญญา
ห้องเช่ามีปัญหาก่อนเข้าอยู่ ผู้เช่าทำอย่างไร?
ควรถ่ายภาพ แจ้งเจ้าของห้องทันที และบันทึกไว้ในรายการสภาพห้อง หากห้องไม่เหมาะกับการใช้ตั้งแต่ส่งมอบ ผู้เช่าอาจบอกเลิกสัญญาได้ตามมาตรา 548 แต่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน
สรุป
ค่าซ่อมห้องเช่าโดยทั่วไปแบ่งตามสาเหตุ ความเสียหายจากการใช้งานปกติหรือความเสื่อมตามเวลามักเป็นภาระของเจ้าของห้อง ส่วนการบำรุงรักษาและซ่อมเล็กน้อย รวมถึงความเสียหายจากความประมาท มักเป็นของผู้เช่า แต่รายละเอียดควรตกลงกันไว้ในสัญญา หากเกิดปัญหา ให้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร เก็บหลักฐาน และตกลงวิธีชดใช้ให้ชัดเจน จะช่วยลดข้อพิพาทได้มาก
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย และเงื่อนไขในสัญญาเช่าอาจเปลี่ยนแปลงหรือต่างกันในแต่ละโครงการและแต่ละห้อง กรุณาตรวจสอบกับเจ้าของห้อง นิติบุคคล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจหรือดำเนินการ
