ตรวจรับห้องคอนโดใหม่ เช็กอะไรบ้างก่อนโอน? 10 เช็กลิสต์จับผิดข้อบกพร่อง ในปี 2026

  • Chiangmai Living Team โดย Chiangmai Living Team
  • 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมา
new-condo-inspection-checklist-before-transfer

การได้รับแจ้งว่าห้องคอนโดใหม่สร้างเสร็จและพร้อมนัดโอนเป็นช่วงที่ผู้ซื้อหลายคนรอคอย แต่ห้องที่ดูสวยเรียบร้อยอาจยังมีข้อบกพร่องซ่อนอยู่ เช่น กระเบื้องโปร่ง น้ำรั่วซึม หรือระบบไฟฟ้าที่ทำงานไม่ปกติ

บทความนี้อธิบายวิธีตรวจรับห้องคอนโดใหม่ ตั้งแต่ลำดับขั้นก่อนวันโอน เช็กลิสต์ 10 จุดที่ควรตรวจ วิธีบันทึกข้อบกพร่องให้มีหลักฐาน และสิทธิรับประกันที่ควรรู้ เพื่อให้คุณรับห้องได้อย่างมั่นใจ

สรุปใน 30 วินาที
▸ตรวจก่อนโอน: นัดตรวจห้องก่อนวันโอน บันทึกข้อบกพร่องเป็นลายลักษณ์อักษร และให้โครงการแก้ไขหรือระบุวันแก้เสร็จก่อนเซ็นรับโอน
▸10 จุดสำคัญ: พื้นและกระเบื้อง ประปา ไฟฟ้า ประตูหน้าต่าง ผนังฝ้า ระเบียง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบายอากาศ และระบบความปลอดภัย
▸สิทธิรับประกัน: ตามประกาศ สคบ. โครงการมีหน้าที่รับประกันโครงสร้างและส่วนควบตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ควรอ่านเงื่อนไขในสัญญาและเก็บหลักฐานการแจ้งซ่อมไว้ทุกครั้ง

ตรวจรับห้องคอนโดใหม่คืออะไร และควรทำเมื่อไร

ตรวจรับห้องคอนโดใหม่คืออะไร และควรทำเมื่อไร

การตรวจรับห้อง (Defect Inspection) คือการตรวจสภาพห้องที่ซื้อจากโครงการก่อนรับโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อหาข้อบกพร่องของงานก่อสร้างและงานติดตั้ง แล้วให้โครงการแก้ไขให้เรียบร้อย โดยทั่วไปโครงการจะแจ้งให้นัดตรวจห้องก่อนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน

เหตุผลที่ควรตรวจและให้แก้ไขก่อนโอนคือ เมื่อโอนแล้วเรื่องซ่อมจะกลายเป็นการแจ้งซ่อมตามเงื่อนไขรับประกัน ซึ่งต้องพิสูจน์ว่าข้อบกพร่องมีมาตั้งแต่แรก ไม่ได้เกิดจากการใช้งาน ผู้ซื้อยังมีสิทธิตามสัญญาและประกัน แต่หลักฐานที่ทำไว้ก่อนโอนจะช่วยให้ยืนยันสิทธิได้ง่ายกว่า

บทความนี้เหมาะกับการซื้อห้องมือหนึ่งจากโครงการ สำหรับห้องมือสอง ซึ่งสภาพห้องและค่าใช้จ่ายต่างออกไป อ่านเพิ่มเติมที่ คู่มือซื้อคอนโดมือสองเชียงใหม่ ต้องเช็กอะไรบ้าง?

ลำดับขั้นก่อนวันโอน ตรวจ แจ้ง แก้ไข และตรวจซ้ำ

ลำดับขั้นก่อนวันโอน ตรวจ แจ้ง แก้ไข และตรวจซ้ำ

ขั้นตอนจริงของแต่ละโครงการอาจต่างกัน แต่ลำดับที่แนะนำให้ทำมีดังนี้

  1. ขอวันตรวจห้อง: สอบถามโครงการว่าสามารถนัดตรวจห้องก่อนวันโอนกี่วัน และเปิดให้ตรวจได้ครั้งเดียวหรือตรวจซ้ำได้
  2. ตรวจรอบแรก: ตรวจทุกจุดตามเช็กลิสต์ ติดเทปหรือโพสต์อิตตามจุดที่พบ และถ่ายรูปไว้ทุกจุด
  3. แจ้งรายการ: ส่งรายการข้อบกพร่องให้โครงการเป็นลายลักษณ์อักษร (อีเมล ไลน์ทางการ หรือแบบฟอร์มของโครงการ) และขอสำเนาที่ลงนามรับทราบ
  4. รอแก้ไข: ขอวันที่โครงการจะแก้ไขเสร็จเป็นหนังสือ
  5. ตรวจซ้ำ: ตรวจเฉพาะจุดที่แจ้ง และตรวจจุดข้างเคียงว่าไม่มีความเสียหายใหม่จากการซ่อม
  6. รับโอน: เมื่อรายการสำคัญแก้เสร็จ หรือมีบันทึกวันแก้ไขที่ตกลงกันชัดเจนแล้ว จึงเซ็นรับโอน

ควรอ่านสัญญาและหนังสือแจ้งนัดโอนของโครงการที่คุณซื้อประกอบด้วย เพราะกำหนดเวลาและเงื่อนไขของแต่ละโครงการไม่เหมือนกัน

เตรียมเอกสารและอุปกรณ์ก่อนตรวจ

เตรียมเอกสารและอุปกรณ์ก่อนตรวจ

1. เอกสารที่ควรถือไปด้วย

  • สัญญาจะซื้อจะขาย และเอกสารแนบ เช่น รายการวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และของแถมตามสัญญา
  • แปลนห้อง เพื่อเทียบตำแหน่งปลั๊ก สวิตช์ และขนาดห้อง
  • หนังสือแจ้งนัดโอนและเบอร์ติดต่อฝ่ายบริการหลังการขาย

ใช้ตลับเมตรวัดขนาดห้องหลักเทียบกับแบบ หากพบความแตกต่างชัดเจน ให้สอบถามโครงการและตรวจเงื่อนไขในสัญญาเรื่องพื้นที่ห้องชุด

2. อุปกรณ์ตรวจห้อง

  • สมุดจด ปากกา มาสกิ้งเทปหรือโพสต์อิต: ไว้ติดและเขียนเลขลำดับตรงจุดที่พบ เพื่อให้ช่างหาเจอ
  • ที่ตรวจเต้ารับ (Socket Tester): เสียบเพื่อดูว่าไฟเข้า สายดิน และการต่อสายถูกต้องหรือไม่ ส่วนที่ชาร์จมือถือใช้เช็กได้เพียงว่ามีไฟหรือไม่
  • เหรียญ 10 บาท หรือลูกกอล์ฟ: ใช้เคาะหรือกลิ้งบนกระเบื้องเพื่อฟังเสียงโปร่ง
  • ไฟฉาย: ใช้ส่องผนัง ฝ้า และใต้ซิงก์ โดยส่องแนบผนังเพื่อให้เห็นความไม่เรียบ
  • ขันน้ำหรือถังน้ำขนาดเล็ก: ใช้ราดน้ำเพื่อดูการระบายน้ำที่พื้นห้องน้ำและระเบียง
  • ทิชชู่แห้ง: ใช้ซับตามข้อต่อท่อเพื่อดูว่ามีน้ำซึมหรือไม่
  • ตลับเมตรและไม้บรรทัดเหล็กหรือแอปวัดระดับ: ใช้ตรวจขนาดห้องและความเรียบของพื้น

ควรไปกับคนที่ช่วยถ่ายรูปและจดบันทึก และจัดเวลาให้เพียงพอ ไม่ควรตรวจอย่างรีบเร่ง

10 เช็กลิสต์ตรวจรับห้องคอนโดใหม่

10 เช็กลิสต์ตรวจรับห้องคอนโดใหม่

ตรวจทีละจุดตามลำดับด้านล่าง จดและถ่ายรูปทุกจุดที่พบ

1. พื้นและกระเบื้อง

  • เดินลงน้ำหนักทั่วห้อง หากพื้นลามิเนตหรือพื้นไวนิลยวบหรือมีเสียงดัง อาจปูไม่เรียบหรือรองพื้นไม่แน่น
  • ใช้เหรียญหรือลูกกอล์ฟเคาะกระเบื้องห้องน้ำ ระเบียง และผนังห้องน้ำทีละแผ่น หากเสียงโปร่งหลายแผ่นหรือเป็นบริเวณกว้าง ให้แจ้งแก้ไข เพราะอาจหลุดร่อนหรือแตกในอนาคต
  • ตรวจบัวเชิงผนัง รอยต่อ และซิลิโคนว่ามีรอยอ้า หลุด หรือรอยบากที่ไม่เรียบร้อยหรือไม่

2. ระบบประปาและห้องน้ำ

  • เปิดก๊อกและฝักบัวหลายจุดพร้อมกัน ดูว่าน้ำไหลสม่ำเสมอ ไม่ติดขัด และมีน้ำร้อนใช้ได้ (ถ้ามีเครื่องทำน้ำอุ่น)
  • ราดน้ำที่พื้นโซนอาบน้ำและระเบียง ดูว่าไหลลงท่อได้หมด ไม่ขังเป็นแอ่งใหญ่ น้ำขังจะทำให้เกิดตะไคร่และเชื้อรา
  • ซับข้อต่อใต้ซิงก์ ใต้อ่างล้างหน้า และสายฉีดชำระด้วยทิชชู่แห้ง หากเปียกแสดงว่ารั่วซึม
  • กดชักโครก ตรวจการไหลของน้ำ เสียงน้ำเข้าไม่หยุด และดูรอยยาแนวที่ฐานสุขภัณฑ์
  • ถ้าโครงการมีมิเตอร์น้ำเฉพาะห้อง ให้ปิดน้ำทุกจุด แล้วดูว่ามิเตอร์ยังหมุนอยู่หรือไม่ หากยังหมุนอาจมีท่อรั่ว

ห้องน้ำมีท่อและงานกันน้ำหลายจุด จึงควรใช้เวลาตรวจให้ละเอียดกว่าจุดอื่น

3. ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง

  • ใช้ที่ตรวจเต้ารับเสียบทุกจุดในห้อง ดูไฟเข้า สายดิน และการต่อสายถูกต้อง
  • เปิดปิดสวิตช์และไฟทุกดวง ดูว่าไฟไม่กะพริบ ไม่มีเสียงหึ่ง และหลอดทุกดวงติด
  • เปิดตู้เบรกเกอร์ ดูว่าสับขึ้นลงได้ปกติ ไม่หลวม และมีป้ายระบุวงจรชัดเจน
  • หากมีเครื่องตัดไฟรั่ว (มักเรียกกันว่า ตัวกันดูด) ให้กดปุ่ม Test ตามคู่มือ ไฟส่วนที่ต่ออยู่ควรตัดทันที ก่อนกดให้บันทึกงานที่ใช้ไฟอยู่และถอดปลั๊กอุปกรณ์ที่ไม่ต้องการให้ดับกะทันหัน

4. ประตู หน้าต่าง และซีลยาง

  • ทดสอบล็อกและปลดล็อกประตูห้อง ทั้งลูกบิดหรือดิจิทัลล็อก จากด้านในและด้านนอก และตรวจกุญแจสำรองทุกดอก
  • เลื่อนประตูระเบียงและหน้าต่างทุกบาน ดูว่าไม่ฝืด ไม่ตกราง ล็อกได้สนิท และไม่มีเสียงดัง
  • ตรวจยางซีลและซิลิโคนรอบกรอบหน้าต่างว่าต่อเนื่อง ไม่แตกร้าว ไม่มีช่องว่าง

ซีลที่ไม่สนิทเสี่ยงต่อน้ำฝนซึมและกันเสียงรบกวนได้น้อยลง และยังมีผลต่อฝุ่นที่เข้าห้องในช่วงฝุ่น PM2.5 ด้วย

อ่านเพิ่มเติม: ฝุ่น PM2.5 คอนโดเชียงใหม่ เลือกห้องและรับมืออย่างไร?

5. ผนัง ฝ้าเพดาน และวอลเปเปอร์

  • ปิดไฟห้อง แล้วใช้ไฟฉายส่องแนบผนัง เพื่อให้เห็นรอยปูด รอยแตก และงานทาสีที่ไม่สม่ำเสมอ
  • มองหารอยด่างหรือคราบน้ำสีเหลืองบนฝ้าเพดาน โดยเฉพาะบริเวณใกล้ห้องน้ำและท่อ หากพบคราบน้ำ ควรให้โครงการตรวจหาต้นเหตุก่อนรับโอน
  • ตรวจมุมห้อง ขอบผนังกับฝ้า และรอยต่อวัสดุว่ามีรอยร้าวหรือไม่

6. ระเบียงและราวกันตก

  • จับราวกันตกแล้วออกแรงเบาๆ ดูว่าแน่นหนา ไม่โยก (ไม่ควรโน้มตัวออกนอกราวหรือออกแรงเกินพอดีเพื่อความปลอดภัย)
  • ตรวจพื้นระเบียงว่าลาดไปทางท่อระบายน้ำ ไม่มีน้ำขัง และมีท่อน้ำทิ้งแอร์ต่อลงท่อระบายน้ำอย่างถูกต้อง
  • ตรวจสีหรือการเคลือบโลหะ เช่น ราวและบานพับ ว่ามีรอยสนิมหรือไม่

7. เฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน

  • เปิดปิดบานตู้และลิ้นชักทุกบาน ดูว่าบานพับไม่ฝืด ราวลิ้นชักไม่ติด และบานตรงแนว
  • ตรวจขอบมุมว่าไม่บิ่น ไม่ถลอก ปิดขอบเรียบร้อย และไม่มีรอยบวมจากความชื้น (โดยเฉพาะใต้ซิงก์)
  • เทียบเฟอร์นิเจอร์และของแถมกับรายการตามสัญญา ว่าครบและตรงรุ่นหรือแบบที่ระบุหรือไม่

8. เครื่องใช้ไฟฟ้า

  • หากโครงการแถมหรือติดตั้งให้ เช่น แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น หรือเตาไฟฟ้า ให้ทดลองเปิดใช้งานจริงทุกชิ้น
  • ทดสอบแอร์โดยเปิดทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที ดูว่าเย็น ไม่มีเสียงผิดปกติ และไม่มีน้ำหยดจากเครื่องในห้อง
  • ขอเอกสารรับประกันและคู่มือการใช้งานของอุปกรณ์แต่ละชิ้นเก็บไว้

9. ระบบระบายอากาศ

  • เปิดพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำและเครื่องดูดควันในครัว (ถ้ามี) ดูว่าทำงานและมีลมดูดจริง โดยใช้ทิชชู่แผ่นบางจ่อดูแรงดูด
  • ตรวจว่าไม่มีกลิ่นย้อนจากท่อน้ำทิ้ง และฝาปิดท่อน้ำทิ้งทุกจุดอยู่ในตำแหน่งปกติ

10. ระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์ส่วนกลางที่เกี่ยวกับห้อง

  • กดกริ่งหน้าห้อง ทดสอบอินเตอร์คอม (ถ้ามี) และดูว่าตาแมวมองเห็นชัด
  • ตรวจสัญญาณเตือนควันหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยที่ติดตั้งในห้อง (ถ้ามี) และดูตำแหน่งทางหนีไฟของชั้น
  • ลองใช้คีย์การ์ดกับลิฟต์และประตูส่วนกลางที่ได้รับตามสัญญา เพื่อดูว่าใช้งานได้จริง

รายการข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไป อุปกรณ์ที่ติดตั้งจริงขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการ ให้เทียบกับรายการตามสัญญาเสมอ

ข้อบกพร่องแบบไหนต้องแก้ก่อนโอน แบบไหนตกลงกันได้

ข้อบกพร่องแบบไหนต้องแก้ก่อนโอน แบบไหนตกลงกันได้

ไม่ใช่ทุกข้อบกพร่องที่ร้ายแรงเท่ากัน การแบ่งระดับช่วยให้คุยกับโครงการได้ตรงประเด็น และไม่เสียเวลากับจุดเล็กน้อยจนลืมจุดสำคัญ ตารางนี้เป็นแนวทางของผู้เขียน ไม่ใช่เกณฑ์ตามกฎหมาย

ระดับความสำคัญตัวอย่างข้อบกพร่องสิ่งที่ควรทำ
ระดับ 1 กระทบความปลอดภัยหรือการอยู่อาศัยไฟเต้ารับไม่เข้า สายดินผิดปกติ ไฟช็อต น้ำรั่วซึมหรือคราบน้ำที่ฝ้า ประตูล็อกไม่ได้ ราวกันตกโยก กระเบื้องโปร่งเป็นบริเวณกว้างควรให้แก้และตรวจซ้ำก่อนรับโอน
ระดับ 2 กระทบการใช้งานน้ำขังที่พื้น บานพับหรือราวลิ้นชักฝืด แอร์ไม่เย็น ซีลหน้าต่างไม่สนิทควรให้แก้ หรือบันทึกวันแก้ไขเสร็จเป็นหนังสือก่อนรับโอน
ระดับ 3 งานเก็บรายละเอียดซิลิโคนไม่เรียบ สีเป็นรอย ขอบเฟอร์นิเจอร์บิ่นเล็กน้อยตกลงวันแก้ไขกับโครงการ และเก็บรายการไว้ในบันทึก

ข้อแนะนำนี้เป็นเพียงแนวทาง เงื่อนไขการรับห้องและการแก้ไขจริงขึ้นอยู่กับสัญญาของแต่ละโครงการ ควรตรวจสอบกับโครงการก่อนตัดสินใจ

วิธีบันทึกและแจ้งข้อบกพร่องให้มีหลักฐาน

หลักฐานที่ชัดเจนช่วยให้การแจ้งซ่อมและการคุยกับโครงการเป็นไปอย่างราบรื่น แนะนำให้ทำตามนี้:

  • ถ่ายรูปสองระยะ: ภาพกว้างให้เห็นตำแหน่งในห้อง และภาพใกล้ให้เห็นรอยหรือความเสียหาย พร้อมวางตลับเมตรหรือเหรียญให้เห็นขนาด
  • ติดเลขลำดับ: ใช้เทปหรือโพสต์อิตเขียนเลขลำดับที่ตรงกับรายการบันทึก
  • ทำรายการเป็นตาราง: ระบุตำแหน่ง ลักษณะ หมายเลขรูป ระดับความสำคัญ และวันที่ตกลงให้แก้เสร็จ
  • ให้ฝ่ายโครงการรับทราบเป็นหนังสือ: ขอสำเนาที่ลงนามหรือยืนยันทางอีเมล เก็บไว้เป็นหลักฐาน
  • แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ: การโทรคุยอย่างเดียวพิสูจน์ได้ยาก หากโทรแล้วให้ส่งข้อความสรุปตามหลัง

ตัวอย่างแบบบันทึกรายการ

ลำดับตำแหน่งลักษณะข้อบกพร่องภาพที่ระดับข้อตกลงกับโครงการ
1ห้องน้ำ พื้นโซนอาบน้ำน้ำขังเป็นแอ่งหน้าท่อระบายรูปที่ 5-6ระดับ 2ตกลงวันแก้ไขภายใน … (กรอกตามที่ตกลง)
2ห้องนอน ฝ้าเพดานด้านใกล้ห้องน้ำมีคราบน้ำสีเหลืองรูปที่ 12-13ระดับ 1ให้โครงการหาต้นเหตุและตรวจซ้ำก่อนโอน

ตรวจเองหรือจ้างผู้ตรวจ แบบไหนเหมาะกับคุณ

ตรวจเองหรือจ้างผู้ตรวจ แบบไหนเหมาะกับคุณ
ตัวเลือกข้อดีข้อจำกัดเหมาะกับ
ตรวจเองไม่มีค่าใช้จ่ายค่าจ้าง คุมจังหวะและเห็นห้องด้วยตาตัวเองอาจพลาดจุดที่ต้องใช้เครื่องมือหรือประสบการณ์ เช่น ตรวจความชื้นหลังผนัง ตรวจสายดินอย่างละเอียด หรือจุดสูงใต้ฝ้าห้องเล็ก มีเวลา และพอมีพื้นฐานการตรวจ
จ้างผู้ตรวจรับห้องตรวจละเอียด ใช้เครื่องมือเฉพาะทาง และได้รายงานพร้อมภาพที่ใช้เจรจากับโครงการมีค่าใช้จ่าย และต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ตรวจห้องใหญ่ ซื้อเพื่อลงทุน หรือไม่มีประสบการณ์

ค่าจ้างผู้ตรวจรับห้องแตกต่างกันตามขนาดห้องและพื้นที่ให้บริการ ผู้ให้บริการบางรายเผยแพร่ราคาสำหรับห้องขนาดเล็กไม่เกิน 35 ตร.ม. ไว้ประมาณ 2,500-3,500 บาท และมักรวมการตรวจซ้ำหลังโครงการแก้ไข แต่ส่วนใหญ่ให้บริการในกรุงเทพฯ ราคาและค่าเดินทางในเชียงใหม่อาจต่างกัน ควรสอบถามขอบเขตงาน จำนวนครั้งที่ตรวจ และตัวอย่างรายงานก่อนจอง

ราคาที่กล่าวถึงเป็นค่าประมาณจากข้อมูลทั่วไป ค่าบริการจริงขึ้นกับผู้ให้บริการ ควรสอบถามและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ

ตรวจไม่เสร็จหรือแก้ไม่ทัน เรื่องวันโอนและสิทธิรับประกัน

ตรวจไม่เสร็จหรือแก้ไม่ทัน เรื่องวันโอนและสิทธิรับประกัน

1. ถ้าแก้ไม่ทันวันนัดโอน

ผู้ซื้อหลายคนกังวลว่าถ้าไม่รับโอนตามนัดจะเสียสิทธิ์ ลำดับที่แนะนำคือ:

  • คุยกับโครงการก่อน: ขอเลื่อนวันโอนหรือขอทำบันทึกกำหนดวันแก้เสร็จเป็นหนังสือ
  • อ่านสัญญา: ตรวจว่าการเลื่อนหรือไม่ไปโอนตามนัดมีผลอย่างไร เช่น เบี้ยปรับ ดอกเบี้ย หรือเงื่อนไขเงินดาวน์
  • ถามธนาคาร: สินเชื่อที่อนุมัติแล้วมักมีอายุจำกัด การเลื่อนโอนอาจกระทบวงเงินหรือเงื่อนไข ควรสอบถามธนาคารก่อน
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากโครงการไม่ยอมแก้และมีข้อบกพร่องร้ายแรง ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคก่อนปฏิเสธรับโอน

เรื่องค่าใช้จ่ายและเงินที่ต้องเตรียมในวันโอน อ่านต่อใน ซื้อคอนโดเชียงใหม่ ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่? และกรณีกู้ไม่ผ่านอ่านใน กู้ซื้อคอนโดไม่ผ่านเพราะอะไร?

2. สิทธิรับประกันตามประกาศ สคบ.

การขายห้องชุดโดยผู้ประกอบธุรกิจเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ผู้ขายมีหน้าที่รับประกันความชำรุดบกพร่องของห้องชุด โดยข้อมูลที่ตรวจจากแหล่งข้อมูลทั่วไประบุว่าโครงสร้างอาคารรับประกันไม่น้อยกว่า 5 ปี ส่วนควบและอุปกรณ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี และผู้ขายต้องแก้ไขภายใน 30 วันหลังได้รับแจ้งเป็นหนังสือ ส่วนวันเริ่มนับระยะรับประกันให้ตรวจจากสัญญาและตัวประกาศ

ระยะรับประกันและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศและสัญญาของแต่ละโครงการ ควรอ่านเงื่อนไขในสัญญาของคุณ และสอบถามโครงการหรือ สคบ. ก่อนอ้างสิทธิ

หลังรับห้อง สิ่งที่ควรทำในช่วงแรก

หลังรับห้อง สิ่งที่ควรทำในช่วงแรก
  • จดเลขมิเตอร์น้ำและไฟฟ้า (ถ้ามีมิเตอร์แยก) ถ่ายรูปไว้ในวันรับห้อง เพื่อใช้เทียบเมื่อมีปัญหาเรื่องบิล
  • ถ่ายรูปหรือวิดีโอรอบห้องทั้งหมดในสภาพก่อนย้ายของเข้า เก็บไว้เป็นหลักฐานสภาพห้อง
  • เก็บสำเนาใบรับห้อง รายการข้อบกพร่อง เอกสารรับประกันอุปกรณ์ และช่องทางติดต่อฝ่ายบริการหลังการขาย
  • ใช้ห้องช่วงแรกแล้วจดปัญหาที่เพิ่งพบ แล้วแจ้งซ่อมเป็นหนังสือภายในระยะรับประกัน
  • พิจารณาทำประกันภัยสำหรับทรัพย์สินภายในห้อง เพราะประกันของนิติบุคคลมักคุ้มครองอาคารส่วนกลาง

อ่านเพิ่มเติม: ประกันภัยคอนโดจำเป็นไหม? ประกันนิติบุคคลคุ้มครองอะไร และ ซื้อคอนโดเชียงใหม่ เลือกห้องแบบไหนดี?

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตรวจรับห้องคอนโดใหม่ควรตรวจกี่ครั้ง?

โดยทั่วไปควรตรวจอย่างน้อย 2 รอบ คือรอบแรกเพื่อหาข้อบกพร่อง และรอบสองหลังโครงการแก้ไข เพื่อยืนยันว่าแก้เรียบร้อยและไม่มีความเสียหายใหม่ บริษัทตรวจรับหลายแห่งก็รวมการตรวจซ้ำไว้ในแพ็กเกจ แต่เงื่อนไขของแต่ละแห่งต่างกัน

พบข้อบกพร่องมากจะปฏิเสธรับห้องได้หรือไม่?

ควรเริ่มจากให้โครงการแก้ไขและตกลงเป็นหนังสือก่อน ส่วนการปฏิเสธรับโอนโดยตรงอาจมีผลตามสัญญา เช่น เบี้ยปรับหรือเงินดาวน์ จึงควรอ่านสัญญาและปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ

ถ้าพบข้อบกพร่องหลังรับโอนแล้วต้องทำอย่างไร?

ให้ถ่ายรูปและบันทึกวันที่ แล้วแจ้งโครงการหรือฝ่ายบริการหลังการขายเป็นหนังสือ เช่น อีเมลหรือแบบฟอร์มของโครงการ พร้อมเก็บหลักฐานการแจ้ง และตรวจว่าเรื่องนั้นยังอยู่ในระยะรับประกันหรือไม่ หากโครงการไม่ดำเนินการ ให้ปรึกษาหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค

ระยะรับประกันห้องคอนโดใหม่นานเท่าไร?

ข้อมูลที่ตรวจพบระบุว่าโครงสร้างอาคารไม่น้อยกว่า 5 ปี และส่วนควบหรืออุปกรณ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี แต่ระยะเวลาและวันเริ่มนับให้ตรวจจากสัญญาของโครงการและประกาศ สคบ. ที่เกี่ยวข้อง

ควรไปตรวจรับห้องช่วงไหนของวัน?

ช่วงกลางวันที่มีแสงธรรมชาติเพียงพอจะช่วยให้เห็นรอยผนังและงานสีได้ชัด และหากตรวจในช่วงฝนตก อาจเห็นปัญหาน้ำซึมได้ง่ายขึ้น

สรุป

การตรวจรับห้องคอนโดใหม่ไม่ควรรีบ และไม่ควรเกรงใจฝ่ายขาย เพราะหลักฐานและการตกลงเป็นหนังสือก่อนโอนช่วยให้ใช้สิทธิตามสัญญาและประกันได้ง่ายขึ้น เริ่มจากนัดตรวจก่อนวันโอน ตรวจตามเช็กลิสต์ 10 จุด บันทึกข้อบกพร่องพร้อมภาพ แจ้งโครงการเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วตรวจซ้ำหลังแก้ไข หากไม่มีเวลาหรือประสบการณ์ การจ้างผู้ตรวจรับห้องเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยง

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย และกฎของแต่ละโครงการอาจเปลี่ยนแปลงหรือต่างกัน กรุณาตรวจสอบกับโครงการ นิติบุคคล ธนาคาร หรือ สคบ. และปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ

Compare listings

เปรียบเทียบ