5 ความท้าทาย (และวิธีรับมือ) ของการเป็นเซลล์ขายคอนโดในเชียงใหม่

  • 9 เดือน ที่ผ่านมา
  • 0
5-ความท้าทายของการเป็นเซลล์ขายคอนโดในเชียงใหม่-เชียงใหม่ลิฟฟิ่ง

ฮัลโหลค่าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวเอเจนต์ ใครที่เป็นเซลล์ขายคอนโดอยู่เจียงใหม่ คงจะรู้ซึ้งกันดีเลยเนอะ ว่างานของเรามันไม่ได้ชิลล์เหมือนอากาศดีๆ ของเมืองนี้ตลอดเวลา เชียงใหม่เมืองน่าฮักขนาดนี้ ใครๆ ก็อยากมาอยู่ ทั้งคนไทย ทั้งฝรั่ง ทำให้ตลาดคอนโดเรามันคึกคักเบอร์แรง แต่ก็นั่นแหละค่ะ ในความคึกคักก็แฝงความโหดเอาไว้ไม่เบาเลย

วันนี้ หมวย เชียงใหม่ลิฟฟิ่ง เลยอยากจะมาชวนเม้าท์มอยกันแบบสบายๆ กับ 5 เรื่องสุดท้าทายที่เซลล์คอนโดอย่างเราต้องเจอ พร้อมมาแชร์ทริคเด็ดๆ วิธีรับมือแบบเจาะลึก ที่จะช่วยให้เราโปรขึ้น ปิดการขายได้ปังๆ ไปเลยค่ะ

1. การแข่งขันสูงปรี๊ดดด แล้วจะเด่นจะดังได้ไง ?

เจออะไรมา อันนี้พูดเลยว่าจริง เอเจนต์ในเชียงใหม่คือเยอะมาก ทั้งฟรีแลนซ์ ทั้งบริษัทใหญ่ๆ หันไปทางไหนก็เจอ ลูกค้าก็มีตัวเลือกเพียบ แล้วเราจะทำยังไงให้เค้าสะดุดตาแล้วหยุดที่เราล่ะ ?

แก้เกมยังไง สร้างแบรนด์เราให้ชัด ไม่ต้องเป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว มาเป็นตัวท็อปเฉพาะทางกันดีกว่า

  • เจาะโซนให้ลึกไปเลย มาเป็น “เจ้าแม่คอนโดนิมมาน” หรือ “ตัวแม่คอนโดริมปิง” กัน พอเรารู้ลึกรู้จริงทุกซอกทุกมุมในโซนนั้นนะ เราจะให้ข้อมูลได้เหนือกว่าคนอื่นเยอะเลย เช่น “พี่คะ ร้านกาแฟตรงนี้เด็ดมาก” หรือ “ซอยนี้มีทางลัดไปออกเส้นนั้นได้นะ” แค่นี้ก็ดูโปรแล้ว
  • สร้างตัวตนบนออนไลน์สิคะ เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ส่องออนไลน์ก่อนทั้งนั้น ไปสร้างเพจ Facebook, IG หรือจะเต้นลง TikTok ให้ความรู้เก๋ๆ ก็ได้ อย่าเอาแต่โพสต์ขายของอย่างเดียว ลองทำคอนเทนต์แบบ “จัดอันดับ 5 คอนโดใกล้มช. น่าลงทุน” หรือ “เปิดวาร์ปวิวสุดปังจากคอนโดโซนสุเทพ” รูปต้องสวย วิดีโอทัวร์ต้องเริ่ด รับรองลูกค้าจำเราได้แน่นอน
  • เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนช่วยขายหายาก (แต่ต้องมี) อย่ามองเอเจนต์คนอื่นเป็นคู่แข่งไปซะหมด จับมือกัน (Co-agent) บ้างก็ได้ ช่วยกันปิดดีลเร็วขึ้น แถมยังได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเด็ดๆ กันอีก วิน-วิน

2. ลูกค้ารู้เยอะเกิ๊นนน จะหาอะไรไปสู้ดี ?

เจออะไรมา ลูกค้ายุคนี้เค้าทำการบ้านมาดีเว่อร์ เช็กราคา เปรียบเทียบโครงการเองได้หมดจากปลายนิ้ว ถ้าเราไปบอกแค่ว่า “ห้องนี้สวยค่ะพี่” “ทำเลดีนะคะ”

แก้เกมยังไง เราต้องเป็น “ที่ปรึกษา” ไม่ใช่แค่ “คนขายของ” ค่ะ

อัปเลเวลตัวเองด้วยข้อมูลที่ลึกกว่าที่เค้าหาได้เอง อย่างข้อมูลปี 2025 บอกว่าคอนโดเชียงใหม่ยังไปต่อได้อีก โดยเฉพาะโซนฮิตๆ ราคาอาจพุ่งถึง 10% ต่อปีเลยนะ ของแบบนี้ต้องรู้

  • ต้องวิเคราะห์ตัวเลขเป็น ลองบอกลูกค้าแบบนี้ดู “คอนโดนี้ซื้ออยู่นะคะ นอกจากจะดีแล้ว ยังปล่อยเช่าได้ผลตอบแทน (Rental Yield) ราวๆ 4-7% ต่อปีเลยนะ” หรือ “แถวนี้ราคาที่ดินขึ้นทุกปีเฉลี่ย X% เลยค่ะพี่ อนาคตมูลค่าห้องก็เพิ่มตามไปด้วย” พอมีตัวเลขมายืนยันปุ๊บ เราดูน่าเชื่อถือขึ้นมาทันที
  • รู้ใจไลฟ์สไตล์เค้า เค้าไม่ได้ซื้อแค่ปูนนะ เค้าซื้อ “ไลฟ์สไตล์” ถ้าลูกค้าเป็นสายปั่นจักรยาน เราก็ต้องชี้เป้าคอนโดใกล้ทางจักรยานสวยๆ ได้ ถ้าเป็นสายคาเฟ่ ก็ต้องมีลิสต์ร้านกาแฟเด็ดๆ รอบโครงการไว้เม้าท์กับเค้าได้เลย
  • อัปเดตข่าวรอบเมือง รู้มั้ยว่าเค้าจะสร้างรถไฟฟ้า ? สนามบินจะขยายไปทางไหน ? เรื่องพวกนี้มีผลกับราคาอสังหาฯ ทั้งนั้นเลยนะ เป็นข้อมูลชั้นดีที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจลงทุนยาวๆ ได้เลย

3. ปัญหาโลกแตก (PM2.5) ตอบยังไงให้ลูกค้าไม่เทเรา ?

เจออะไรมา: “เชียงใหม่ดีหมดเลย เสียอย่างเดียว ตอนมีฝุ่น” ประโยคคลาสสิกที่ได้ยินจนหูชา! ปัญหาฝุ่น PM2.5 นี่แหละตัวดี ทำลูกค้ากังวลหนักมาก การทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่ใช่ทางออกที่ดีแน่ๆ

แก้เกมยังไง: ยอมรับความจริงไปเลยค่ะ แล้วเสนอทางออกดีๆ พอเราแสดงความเข้าใจนะ มันทำให้เราดูโปรขึ้นเยอะเลย

  • ชิงให้ความรู้ก่อนเลย บอกลูกค้าตรงๆ ไปเลยว่า “พี่คะช่วง ก.พ. – เม.ย. เชียงใหม่อาจจะมีฝุ่นหน่อยนึง แต่เรามีวิธีรับมือสบายๆ เลยค่ะ” แล้วก็เสนอทางออกไปเลย เช่น:
    • “โครงการนี้เค้าออกแบบมาดีนะคะ ระบบระบายอากาศช่วยได้เยอะเลย” หรือ “เดี๋ยวนี้โครงการใหม่ๆ เค้ามีระบบกรองอากาศส่วนกลางแล้วนะพี่”
    • “เรื่องในห้องยิ่งง่ายเลยค่ะ ติดแผ่นกรองอากาศดีๆ ที่แอร์ หรือแค่มีเครื่องฟอกอากาศดีๆ สักตัว ก็เอาอยู่แล้วค่ะ” พอมีทางออกแบบนี้ ความกังวลลูกค้าก็หายไปเยอะเลย
  • มองให้เป็นโอกาส เอาจริงๆ ช่วงมีฝุ่นเนี่ย อาจจะเป็นจังหวะดีที่เราจะช่วยต่อรองราคาให้ลูกค้าได้นะ หรือเป็นช่วงที่คนไทยที่ชินแล้วเค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น ลองปรับแผนการตลาดดูสิ

4. ลูกค้ามาสารพัดชาติ จะคุยยังไงให้คลิก ?

เจออะไรมา ลูกค้าเรามีทั้งคนไทย จีน ฝรั่ง ซึ่งแต่ละชาติก็มีสไตล์ต่างกันสุดขั้วเลย ทั้งวัฒนธรรม ทั้งการต่อรอง ถ้าเราใช้มุกเดียวกับทุกคน มีหวังพังแน่นอน

แก้เกมยังไง ทำการบ้านเรื่องวัฒนธรรมเค้าหน่อย แล้วปรับวิธีคุยของเรา

  • ลูกค้าชาวจีน กลุ่มนี้เปย์หนัก แต่เค้าจะซีเรียสเรื่อง “ฮวงจุ้ย” มากๆ เราต้องรู้เรื่องทิศห้อง เลขชั้น (ชั้น 4 บ๊ายบายเลย) ตำแหน่งประตูหน้าต่าง ถ้ารู้เรื่องพวกนี้ไปคุยนะ โอ้โ .ประทับใจสุดๆ! ตอนคุยธุรกิจ เค้าจะชอบสร้างความสัมพันธ์ก่อน แล้วอาจจะต่อราคาแรงๆ มาทีแรก ไม่ต้องตกใจนะ เป็นสไตล์เค้า
  • ลูกค้าสายฝอ (ยุโรป/อเมริกา): กลุ่มนี้จะมาแนวตรงๆ ชัดๆ ชอบข้อมูลเป๊ะๆ ตัวเลขเน้นๆ เตรียมข้อมูลไปดีๆ มีกราฟ มีสถิติไปโชว์นะ เค้าจะชอบมาก ความเป็นกันเองก็ดี แต่ความเป็นมืออาชีพต้องมาที่หนึ่ง
  • ลูกค้าชาวไทย ถูกคอถูกใจมาอันดับแรกเลย คุยเล่นเป็นกันเอง แสดงความจริงใจ เดี๋ยวเค้าก็เปิดใจให้เราเอง การมีส่วนลดเล็กๆ น้อยๆ หรือของแถมกรุบกริบให้ มักจะทำให้ดีลง่ายขึ้นเยอะเลย
  • ทริคเสริม การมีเอกสารสำคัญเป็น 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ/จีน) เตรียมไว้ จะทำให้เราดูโปรและน่าเชื่อถือขึ้นอีก 10 เท่า

5. ชีวิตติดล้อ จะจัดคิวจัดเวลายังไงให้รอด?

เจออะไรมา งานเอเจนต์ก็คืองานที่ออฟฟิศอยู่บนรถนั่นแหละ วิ่งไปดูโครงการ พาลูกค้าดูห้อง ไปกรมที่ดิน ถ้าจัดเวลาไม่ดีนะ บอกเลยว่าหมดวันไปกับการอยู่บนถนนแน่ๆ เหนื่อยฟรีไปอีก!

แก้เกมยังไง วางแผนให้ฉลาด ใช้เทคโนโลยีให้คุ้ม

  • จัดคิวเป็นโซนๆ วันนี้ลุยโซนนิมมานให้จบไปเลย พรุ่งนี้ค่อยไปโซนหางดง การจัดคิวแบบนี้ช่วยประหยัดเวลาเดินทางข้ามเมืองได้เยอะมาก
  • รู้เวลารถติด เจียงใหม่ก็รถติดไม่แพ้ไผเน้อ โดยเฉพาะช่วงเช้า (7-9 โมง) กับช่วงเย็น (4 โมงเย็น – ทุ่มนึง) พยายามเลี่ยงนัดที่ต้องเดินทางไกลๆ ช่วงเวลานี้เลย
  • ให้แอปช่วยชีวิต:
    • Google Maps/Waze เปิดเช็กตลอดเวลาก่อนออกจากบ้าน จะได้รู้ว่าทางไหนโล่ง ทางไหนติด
    • Grab/Bolt บางทีเรียกใช้บริการพวกนี้ก็สะดวกกว่านะ โดยเฉพาะเวลาย่านที่หาที่จอดยากๆ อย่างนิมมาน ไม่ต้องหัวเสียหาที่จอดรถ
    • แอปจัดตารางงาน ใช้ Google Calendar หรือแอปอื่นๆ ช่วยจดนัด คีย์ข้อมูลลูกค้า ช่วยให้เราไม่เบลอ ไม่ลืมนัดสำคัญแน่นอน

การเป็นเซลล์ขายคอนโดที่เชียงใหม่มันอาจจะมีเรื่องให้ปวดหัวบ้าง แต่โอกาสก็เยอะมากเหมือนกันค่ะ ถ้าเราเข้าใจตลาดจริงๆ ปรับตัวทันเกม และที่สำคัญสุดๆ คือ “ใส่ใจ” ลูกค้าแบบสุดๆ หมวย เชียงใหม่ลิฟฟิ่ง เชื่อว่าความสำเร็จอยู่ไม่ไกลแน่นอนค่า

เข้าร่วมการสนทนา

Compare listings

เปรียบเทียบ