สำหรับเจ้าของห้องที่อยากขายหรือปล่อยเช่า แต่ไม่มีเวลาดูแลเอง หรือไม่ถนัดการเจรจา นายหน้าอสังหาริมทรัพย์เป็นทางเลือกที่ช่วยได้มาก แต่เมื่อเป็นทรัพย์มูลค่าหลักล้าน การเซ็นสัญญาโดยไม่เข้าใจเงื่อนไขอาจกลายเป็นปัญหาได้ บทความนี้สรุปทุกขั้นตอนตั้งแต่ค่าคอมมิชชั่น รูปแบบสัญญา เอกสาร ไปจนถึงเรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษในตลาดเชียงใหม่
| สรุปใน 30 วินาที ▸ ควรใช้นายหน้าเมื่อ: ไม่มีเวลาดูแลเอง ไม่ถนัดเจรจา หรืออยากเข้าถึงผู้ซื้อ/ผู้เช่ากลุ่มกว้าง รวมถึงชาวต่างชาติ ▸ ค่าคอมโดยทั่วไป: ฝากขายประมาณ 3% ของราคาขายจริง และปล่อยเช่าสัญญา 1 ปีประมาณค่าเช่า 1 เดือน (แต่ละบริษัทต่างกัน ต้องดูในสัญญา) ▸ ก่อนเซ็นให้เช็ก: ระยะเวลาสัญญา ขอบเขตเอกสิทธิ์ ค่าคอมรวมหรือไม่รวม VAT และเงื่อนไขหลังหมดสัญญา |
ฝากขาย/ปล่อยเช่าคอนโดกับนายหน้า คืออะไร ทำงานอย่างไร

คือการให้ตัวแทนมืออาชีพช่วยดูแลกระบวนการแทนคุณ ตั้งแต่ประเมินราคา ถ่ายภาพ ลงประกาศ พาผู้สนใจชมห้อง เจรจาต่อรอง ไปจนถึงประสานเรื่องเอกสารและวันโอนที่สำนักงานที่ดิน (กรณีขาย) หรือการทำสัญญาเช่า (กรณีปล่อยเช่า)
ข้อสำคัญคือ นายหน้าทำหน้าที่ชี้ช่องและจัดการให้เกิดการซื้อขายหรือเช่า ส่วนการตัดสินใจเรื่องราคา เงื่อนไข และการเซ็นสัญญาซื้อขายหรือสัญญาเช่ายังเป็นของเจ้าของห้องเสมอ
ข้อดีของการใช้นายหน้า และสิ่งที่ควรระวัง

ข้อดีที่คนมักพูดถึงมีจริง แต่แต่ละข้อมีเงื่อนไขที่ควรรู้ ตารางนี้ช่วยให้เห็นทั้งสองด้านพร้อมกัน
| ข้อดี | สิ่งที่ควรรู้ / ควรระวัง |
|---|---|
| เข้าถึงผู้ซื้อ/ผู้เช่าได้กว้างและไวขึ้น | นายหน้ามีฐานลูกค้าและเครือข่าย Co-broker (นายหน้าช่วยขาย) แต่ความเร็วขึ้นกับราคา สภาพห้อง และทำเล ไม่มีใครรับประกันได้ |
| ลดภาระเจรจาและคัดกรองผู้สนใจ | ควรบอกขอบเขตให้ชัด เช่น ราคาต่ำสุดที่ยอมรับ และสิ่งที่นายหน้าต้องขออนุมัติก่อนตกลง |
| ช่วยตั้งราคาให้สอดคล้องตลาด | ขอให้นายหน้าแสดงห้องเทียบเคียงในโครงการหรือย่านเดียวกัน ไม่ใช่ตั้งราคาจากความรู้สึก |
| นายหน้ามักออกค่าโฆษณาก่อน | เช่น ลงเว็บไซต์ประกาศและทำสื่อการตลาด ควรยืนยันในสัญญาว่าไม่มีค่ามัดจำหรือค่าการตลาดที่เก็บล่วงหน้า |
| ช่วยประสานสินเชื่อและวันโอน | การอนุมัติสินเชื่อเป็นดุลพินิจของธนาคาร นายหน้าช่วยประสานงานได้แต่ไม่สามารถรับประกันผลได้ |
| ประหยัดเวลา ไม่ต้องลางานเปิดห้อง | ยังต้องส่งมอบกุญแจและข้อมูลห้องให้ครบ ควรทำบันทึกการรับ-ส่งกุญแจไว้เป็นหลักฐาน |
| จ่ายค่าคอมเมื่อสำเร็จ (โดยทั่วไป) | โดยหลักแล้วนายหน้ามีสิทธิ์ได้ค่าตอบแทนเมื่อการซื้อขายหรือเช่าสำเร็จ แต่บางรายมีค่าธรรมเนียมอื่น จึงต้องอ่านสัญญาให้ครบ |
สัญญาฝากขายมี 2 แบบ เลือกแบบไหนดี

สัญญาแต่งตั้งนายหน้า (Listing Agreement) แบ่งหลักๆ เป็นแบบเปิดและแบบเอกสิทธิ์ แต่ละแบบเหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน
| หัวข้อ | สัญญาแบบเปิด (Open Listing) | สัญญาแบบเอกสิทธิ์ (Exclusive Listing) |
|---|---|---|
| แนวคิด | ฝากนายหน้าได้หลายราย ใครทำสำเร็จคนนั้นได้ค่าคอม | แต่งตั้งนายหน้ารายเดียวหรือบริษัทเดียวในช่วงเวลาที่กำหนด (มักประมาณ 3–6 เดือน) |
| ข้อดี | อิสระ ไม่ผูกมัด และฝากได้หลายช่องทาง | นายหน้าทุ่มการตลาดได้เต็มที่ เพราะมั่นใจว่าจะได้ค่าคอมหากสำเร็จ |
| ข้อควรระวัง | นายหน้าอาจไม่ลงทุนการตลาดมาก และประกาศซ้ำซ้อนหลายที่ อาจทำให้ราคาในตลาดสับสน | หากได้นายหน้าที่ผลงานไม่ดี ห้องอาจเงียบจนหมดสัญญา |
| เจ้าของขายเองได้ไหม | ได้ตามเงื่อนไขของแต่ละสัญญา | ขึ้นกับข้อความในสัญญา ต้องอ่านข้อนี้ให้ชัดว่าถ้าเจ้าของขายเองต้องจ่ายค่าคอมหรือไม่ |
| คำแนะนำหลายเจ้าของเลือกสัญญาเอกสิทธิ์ระยะสั้น (ประมาณ 3 เดือน) กับนายหน้าที่ตรวจสอบประวัติแล้ว เพื่อดูผลงานก่อนตัดสินใจต่อสัญญา และควรขอให้ระบุสิทธิ์ยกเลิกก่อนกำหนด หากนายหน้าไม่ทำตามแผนที่ตกลงไว้ |
5 คำถามคัดกรองนายหน้าก่อนเซ็นสัญญา

ก่อนเซ็นสัญญา ลองถามคำถามเหล่านี้เพื่อแยกนายหน้ามืออาชีพออกจากรายที่แค่ลงประกาศ
- “คุณเชี่ยวชาญทำเลนี้แค่ไหน?” นายหน้าที่เก่งนิมมานเหมินท์อาจไม่ถนัดโซนสันทราย ควรเลือกคนที่รู้ราคาและกลุ่มลูกค้าในย่านของคุณจริง
- “สังกัดบริษัท หรือเป็นนายหน้าอิสระ?” บริษัทมักมีระบบการตลาดและเอกสารเป็นมาตรฐาน ส่วนนายหน้าอิสระอาจยืดหยุ่นกว่า แต่ควรตรวจสอบตัวตนและประวัติเพิ่มเติม
- “ขอดูผลงานที่ผ่านมาได้ไหม?” ถามถึงห้องที่ปิดการขายหรือปล่อยเช่าได้ในระดับราคาใกล้เคียงกัน และขอข้อมูลอ้างอิงที่ตรวจสอบได้
- “แผนการตลาดของห้องผมคืออะไร?” หากตอบแค่ว่าจะโพสต์ในกลุ่ม Facebook ควรถามต่อว่ามีลงเว็บไซต์ประกาศ ภาพถ่ายคุณภาพดี วิดีโอทัวร์ หรือเครือข่าย Co-broker หรือไม่
- “มีคำแนะนำปรับปรุงห้องก่อนขายไหม?” นายหน้ามืออาชีพจะกล้าแนะนำเรื่องทำความสะอาด จัดห้อง หรือซ่อมเล็กน้อย ที่ช่วยให้ขายหรือเช่าได้ง่ายขึ้น
| ตรวจสอบตัวตนนายหน้าหากนายหน้าสังกัดบริษัท ให้ขอชื่อนิติบุคคลและเลขทะเบียน แล้วตรวจสอบสถานะบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ก่อนเซ็นสัญญา และขอดูบัตรประชาชนหรือหลักฐานยืนยันตัวตนของผู้ที่ติดต่อกับคุณ |
3 เรื่องเฉพาะตลาดเชียงใหม่ที่เจ้าของห้องต้องรู้

1) ลูกค้าต่างชาติ: นายหน้าต้องสื่อสารและเข้าถึงกลุ่มนี้ได้
คอนโดหลายโครงการในเชียงใหม่มีทั้งผู้ซื้อและผู้เช่าชาวต่างชาติ เช่น Digital Nomad ชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว และนักลงทุนจากต่างประเทศ นายหน้าที่เลือกจึงควรสื่อสารภาษาอังกฤษได้ และมีช่องทางเข้าถึงกลุ่มลูกค้านี้ ไม่ว่าจะผ่านเว็บไซต์ภาษาอังกฤษ กลุ่มชุมชนชาวต่างชาติ หรือแพลตฟอร์มที่กลุ่มเป้าหมายใช้
ควรรู้ด้วยว่าชาวต่างชาติซื้อห้องชุดได้ภายใต้โควตาไม่เกิน 49% ของพื้นที่ขายรวมในโครงการ และต้องนำเงินเข้ามาจากต่างประเทศตามเอกสารที่กำหนด ผู้ซื้อต่างชาติจึงมักชำระด้วยเงินสด เพราะการขอสินเชื่อไทยมักทำได้ยากกว่า นายหน้าควรเช็กโควตาโครงการให้ก่อนเสนอห้องให้ผู้ซื้อกลุ่มนี้
2) ราคาขายกับ “ราคาประเมิน” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
มีราคาประเมินสองแบบที่คนมักสับสนกัน
- ราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมธนารักษ์: ใช้คิดค่าธรรมเนียมโอนและภาษีบางประเภท
- ราคาประเมินของธนาคาร (Bank Appraisal): ธนาคารใช้กำหนดวงเงินกู้ของผู้ซื้อ ไม่เท่ากับราคาขายเสมอไป
หากตั้งราคาขายสูงกว่าราคาประเมินของธนาคารมาก ผู้ซื้อที่กู้อาจได้วงเงินไม่เต็มและต้องวางเงินเพิ่ม ทำให้ขายยากขึ้น นายหน้าที่ดีควรช่วยตั้งราคาจากห้องเทียบเคียง และให้ข้อมูลผู้ซื้อว่าควรเตรียมเงินส่วนต่างเท่าไร
| ข้อควรระวังธนาคารเป็นผู้ประเมินราคาเองอย่างเป็นอิสระ ไม่ควรเชื่อนายหน้าที่อ้างว่า “ดันราคาประเมินให้ได้” เพราะอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายและเสียความน่าเชื่อถือของดีล |
3) ใบปลอดหนี้และนิติบุคคล: เตรียมล่วงหน้าไว้ก่อน
ในวันโอนกรรมสิทธิ์ ต้องมีใบปลอดหนี้จากนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อยืนยันว่าไม่มีค่าส่วนกลางหรือค่าสาธารณูปโภคค้างชำระ ระยะเวลาออกเอกสารและอายุของเอกสารแต่ละโครงการไม่เท่ากัน บางแห่งใช้เวลาหลายวัน ควรสอบถามนิติบุคคลตั้งแต่เริ่มประกาศขาย และเคลียร์ยอดค้างให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้วันโอนต้องเลื่อน
ค่าคอมมิชชั่นนายหน้า คิดเท่าไร จ่ายตอนไหน
อัตราค่าตอบแทนนายหน้าเป็นเรื่องที่ตกลงกันในสัญญา ไม่ใช่อัตราที่กฎหมายกำหนด ตัวเลขด้านล่างคืออัตราที่พบได้บ่อยในตลาด
| กรณี | อัตราที่พบบ่อย | ตัวอย่างคำนวณ |
|---|---|---|
| ฝากขาย | ประมาณ 3% ของราคาขายจริง (บางบริษัทกำหนดขั้นต่ำ) | ขาย 2,000,000 บาท × 3% = 60,000 บาท |
| ปล่อยเช่า สัญญา 1 ปี | ประมาณค่าเช่า 1 เดือน | ค่าเช่า 12,000 บาท = ค่าคอม 12,000 บาท |
| ปล่อยเช่า สัญญา 6 เดือน | มักประมาณครึ่งเดือนของค่าเช่า (แต่ละรายต่างกัน) | ค่าเช่า 12,000 บาท = ค่าคอม 6,000 บาท |
**หมายเหตุ: อัตราค่าคอมและตัวอย่างคำนวณข้างต้นเป็นเพียงค่าประมาณจากที่พบได้ทั่วไปในตลาด เพื่ออธิบายวิธีคิดเท่านั้น อัตราจริงขึ้นกับข้อตกลงในสัญญาของแต่ละบริษัทและแต่ละดีล กรุณาสอบถามและตรวจสอบกับนายหน้าก่อนเซ็นสัญญา
| จ่ายตอนไหน และต้องถามอะไรเพิ่ม ▸ จังหวะจ่าย: โดยทั่วไปชำระเมื่อดีลสำเร็จจริง คือวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน หรือเมื่อทำสัญญาเช่าและผู้เช่าชำระเงินตามสัญญาแล้ว ไม่ควรโอนค่าคอมให้ก่อน ▸ VAT: ถามให้ชัดว่าอัตราที่เสนอ “รวม” หรือ “ไม่รวม” ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (กรณีบริษัทจดทะเบียน VAT) ▸ เอกสาร: ขอใบเสร็จหรือเอกสารรับเงินทุกครั้งที่จ่าย |
ต้นทุนฝั่งผู้ขายที่ต้องเตรียม

ค่าคอมไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเดียวของผู้ขาย ก่อนตั้งราคา ควรรวมรายการเหล่านี้ด้วย
- ค่าคอมมิชชั่นนายหน้า: ตามที่ตกลงในสัญญา (ดูหัวข้อที่ 6)
- ค่าธรรมเนียมการโอน: 2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์ ตกลงกันได้ว่าใครจ่าย โดยมักแบ่งกันคนละครึ่ง และอาจมีมาตรการลดหย่อนเป็นช่วงๆ
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%: กรณีขายก่อนถือครองครบ 5 ปี (มีข้อยกเว้นบางกรณี หากไม่เข้าเกณฑ์จะเสียอากรแสตมป์ 0.5% แทน)
- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย: ผู้ขายที่เป็นบุคคลธรรมดาคำนวณตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
- ยอดค้างชำระ: ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ และกองทุนส่วนกลางที่ยังไม่ชำระ ต้องเคลียร์ก่อนโอน
| วิธีตั้งราคาให้ได้เงินสุทธิตามต้องการการบวกค่าคอม 3% เข้าไปในราคาขายอย่างเดียวมักไม่พอ เช่น ตั้งราคา 2,100,000 บาท ค่าคอม 3% = 63,000 บาท เหลือ 2,037,000 บาท ก่อนหักค่าโอนส่วนผู้ขายและภาษีอื่นๆ ซึ่งอาจทำให้เงินสุทธิต่ำกว่า 2,000,000 บาทควรให้นายหน้าทำตารางประมาณการ “ราคาขาย → เงินสุทธิที่ได้รับ” ให้ดูก่อนตั้งราคา และเทียบกับราคาตลาดว่าสูงเกินไปหรือไม่ |
เอกสารที่ต้องเตรียมเมื่อฝากขาย

- หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2): สำเนาทุกหน้า (หน้าและหลัง)
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของเจ้าของ: เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมระบุวัตถุประสงค์และวันที่ เช่น “ใช้เพื่อฝากขายคอนโดเท่านั้น”
- รูปถ่ายห้องและข้อมูลห้อง: ขนาด ชั้น ทิศ ค่าส่วนกลาง และรายการเฟอร์นิเจอร์ที่รวมในราคา
- กุญแจหรือคีย์การ์ด: ควรมีบันทึกการรับ-ส่งมอบเป็นลายลักษณ์อักษร
- ใบปลอดหนี้ (ใช้ในวันโอน): ขอจากนิติบุคคลอาคารชุด ควรสอบถามระยะเวลาออกและอายุเอกสารล่วงหน้า
- กรณียังผ่อนสินเชื่ออยู่: ต้องแจ้งธนาคารเรื่องการไถ่ถอนจำนองก่อนหรือพร้อมวันโอน
เช็กลิสต์ก่อนเซ็นสัญญากับนายหน้า

- ระยะเวลาสัญญา และวันที่เริ่ม-สิ้นสุดชัดเจน
- ระบุว่าเป็นสัญญาแบบเปิดหรือเอกสิทธิ์ และเจ้าของขายเองได้หรือไม่
- ราคาขาย/ราคาเช่าที่ตกลงร่วมกัน และราคาต่ำสุดที่นายหน้าเสนอได้โดยไม่ต้องขออนุมัติ
- อัตราค่าคอม รวมหรือไม่รวม VAT และเงื่อนไขการจ่าย
- ไม่มีค่ามัดจำหรือค่าการตลาดที่เก็บล่วงหน้า (หรือระบุให้ชัดหากมี)
- เงื่อนไขการคุ้มครองลูกค้าหลังหมดสัญญา (ระยะเวลาและวิธียืนยันรายชื่อ)
- สิทธิ์ยกเลิกก่อนกำหนด และเงื่อนไขหากนายหน้าไม่ทำตามแผนการตลาด
- ผู้ที่รับเงินจอง/เงินมัดจำ และเอกสารที่ออกให้ผู้ซื้อ
- ตรวจสอบตัวตนนายหน้าหรือบริษัทแล้ว (เอกสารจดทะเบียน และบัตรประชาชน)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ฝากขายคอนโดกับนายหน้า ต้องเสียค่าคอมเท่าไร?
โดยทั่วไปฝากขายประมาณ 3% ของราคาขายจริง และปล่อยเช่าสัญญา 1 ปีประมาณค่าเช่า 1 เดือน แต่เป็นอัตราที่ตกลงกันในสัญญา แต่ละบริษัทอาจต่างกัน ควรถามให้ชัดว่ารวมหรือไม่รวม VAT
ฝากขายกับนายหน้า ต้องเซ็นสัญญาแบบไหนดี?
แบบเปิดเหมาะกับคนที่ต้องการอิสระ แบบเอกสิทธิ์เหมาะกับคนที่ต้องการให้นายหน้าทุ่มการตลาดเต็มที่ หลายเจ้าของเลือกแบบเอกสิทธิ์ระยะสั้นประมาณ 3 เดือน เพื่อดูผลงานก่อน
นายหน้ารับเงินมัดจำจากผู้ซื้อแทนเราได้ไหม?
ไม่ควรให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของนายหน้า เงินจองหรือมัดจำควรโอนเข้าบัญชีเจ้าของห้อง หรือบัญชีบริษัทตามเอกสารที่ถูกต้องและเจ้าของรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมใบรับเงินทุกครั้ง
หมดสัญญาแล้ว ลูกค้าที่นายหน้าพามาตามมาซื้อทีหลัง ต้องจ่ายค่าคอมไหม?
สัญญาส่วนใหญ่มีข้อกำหนดคุ้มครองลูกค้าที่นายหน้าเคยพามาชมห้องในช่วงสัญญา หากผู้ซื้อรายนั้นตัดสินใจซื้อภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังหมดสัญญา (เช่น 3–6 เดือน) เจ้าของอาจยังต้องจ่ายค่าคอม ควรอ่านข้อนี้ให้ชัดก่อนเซ็น และขอให้ระบุวิธียืนยันรายชื่อผู้ชมห้องเป็นลายลักษณ์อักษร
ฝากนายหน้าหลายคนได้ไหม?
ได้ถ้าเป็นสัญญาแบบเปิด แต่ถ้าเซ็นสัญญาเอกสิทธิ์กับรายหนึ่งแล้ว การฝากรายอื่นซ้ำในช่วงสัญญาอาจผิดเงื่อนไข ควรตรวจข้อสัญญาก่อนทุกครั้ง
สรุป
การฝากขายหรือปล่อยเช่าคอนโดกับนายหน้า ไม่ใช่แค่การจ่ายค่าคอมมิชชั่น แต่เป็นการซื้อเวลา เครือข่ายลูกค้า และความสบายใจ หากคัดกรองนายหน้าด้วยคำถามที่แนะนำ อ่านสัญญาให้ครบ และเตรียมต้นทุนฝั่งผู้ขายไว้ล่วงหน้า คุณจะลดความเสี่ยงและมีโอกาสปิดดีลได้เร็วขึ้น
**หมายเหตุ: ข้อมูล ตัวเลข อัตราค่าธรรมเนียม และข้อกฎหมายที่ระบุในบทความนี้ เป็นข้อมูล ณ วันที่จัดทำบทความ เพื่อใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น เนื่องจากอัตราภาษี นโยบายสินเชื่อ และเงื่อนไขสัญญาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงานรัฐและสถาบันการเงิน แนะนำให้ผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ให้เช่า ตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมและรายละเอียดสัญญาฉบับล่าสุดกับกรมที่ดิน นิติบุคคลอาคารชุด หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำธุรกรรมทุกครั้ง
