ซื้อคอนโดเชียงใหม่ ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่? รวมค่าโอน ภาษี ค่าส่วนกลาง และค่าใช้จ่าย ปี 2026

  • Chiangmai Living Team โดย Chiangmai Living Team
  • 1 สัปดาห์ ที่ผ่านมา
How much money need to buy condo Chiang Mai

การตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมในเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเพื่ออยู่อาศัยเองย่านนิมมานฯ ใกล้มหาวิทยาลัย หรือเพื่อการลงทุนปล่อยเช่า หลายคนซื้อคอนโดเชียงใหม่มักโฟกัสแค่ราคาห้อง และยอดกู้ จนลืมเตรียมเงินสดสำรอง สำหรับค่าใช้จ่ายแฝงต่างๆ บทความนี้จะพาคุณมาไขข้อสงสัยแบบม้วนเดียวจบ แจกแจงค่าโอน ภาษี และค่าส่วนกลาง พร้อมอัปเดตมาตรการรัฐปี 2569 เพื่อให้คุณวางแผนการเงินได้เป๊ะที่สุดครับ!

กู้ซื้อคอนโด ต้องเตรียมเงินสดไว้ด้วยหรือไม่?

กู้ซื้อคอนโด ต้องเตรียมเงินสดไว้ด้วยหรือไม่

แม้ว่าปัจจุบันหลายธนาคารจะมีโปรโมชันให้กู้สินเชื่อบ้าน/คอนโดได้ 100% หรือบางแห่งให้กู้ 110% (รวมงบตกแต่ง) แต่ในโลกความเป็นจริง ผู้ซื้อยังจำเป็นต้องเตรียมเงินสดสำรองไว้เสมอครับ โดยค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ระยะหลักๆ ดังนี้

1. ค่าใช้จ่ายในช่วงทำสัญญา (เตรียมก่อนกู้)

  • เงินจอง (Reservation Fee): เป็นเงินก้อนแรกที่จ่ายเพื่อล็อกสิทธิ์ห้อง มักอยู่ที่ 5,000 – 20,000 บาท (ขึ้นอยู่กับมูลค่าคอนโด)
  • เงินทำสัญญา (Contract Fee): จ่ายหลังจากจองประมาณ 7-14 วัน มักอยู่ที่ 20,000 – 50,000 บาท
  • เงินดาวน์ (Down Payment): หากธนาคารปล่อยกู้ไม่ถึง 100% (เช่น ได้ 90%) คุณจะต้องเตรียมเงินสด 10% ของราคาห้องเพื่อจ่ายเป็นเงินดาวน์ (หมายเหตุ: เงินจองและเงินทำสัญญามักจะถูกนำไปหักออกจากราคาเต็มของห้องชุดในวันโอน)

2. ค่าใช้จ่ายในการขอสินเชื่อซื้อคอนโด

  • ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์: จ่ายให้บริษัทประเมินของธนาคารเพื่อเข้าไปตีราคาคอนโด (ประมาณ 2,500 – 4,000 บาท)
  • ค่าอากรแสตมป์สัญญากู้เงิน: คิด 0.05% ของวงเงินกู้ (เช่น กู้ 2 ล้านบาท เสีย 1,000 บาท) สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

3. ค่าใช้จ่ายในช่วงโอนกรรมสิทธิ์

เป็นก้อนใหญ่ที่สุดที่จะต้องไปชำระ ณ สำนักงานที่ดิน (จะลงรายละเอียดในหัวข้อถัดไป)

4. ค่าใช้จ่ายก่อนเข้าอยู่คอนโด

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเรียกเก็บโดยนิติบุคคลของคอนโด ก่อนที่คุณจะรับกุญแจเข้าอยู่จริง

ค่าใช้จ่ายวันโอนคอนโดที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง คำนวณอย่างไร?

กู้ซื้อคอนโด ต้องเตรียมเงินสดไว้ตรงไหนบ้าง

เมื่อสินเชื่อผ่านการอนุมัติ ก็ถึงเวลาไปทำธุรกรรมที่กรมที่ดิน ค่าโอนบ้าน/คอนโดจะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมและภาษี 4 ส่วนหลัก ดังนี้

1. ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์คอนโด

  • อัตราปกติ: 2% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย (ยึดตามราคาที่สูงกว่า)
  • มาตรการรัฐ 2569: รัฐบาลมักมีมติคณะรัฐมนตรี (มติ ครม.) ออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ โดยค่าธรรมเนียมส่วนนี้จะถูก ลดเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท (แนะนำให้ตรวจสอบประกาศอย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลัง หรือกรมที่ดิน ณ ช่วงเวลาที่โอนอีกครั้งเพื่อรักษาสิทธิ์)

2. ค่าจดจำนอง

  • อัตราปกติ: 1% ของวงเงินกู้ (เฉพาะกรณีที่มีการกู้เงินจากธนาคาร)
  • มาตรการรัฐ 2569: มักจะได้รับสิทธิลดหย่อน เหลือ 0.01% ควบคู่ไปกับค่าธรรมเนียมการโอน (ตามเงื่อนไขของมติ ครม. ในช่วงเวลานั้น)

3. ค่าอากรแสตมป์ หรือ ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ (เสียอย่างใดอย่างหนึ่ง)

  • ค่าอากรแสตมป์: 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน จะเสียในกรณีที่ผู้ขายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี หรือถือครองคอนโดมาเกิน 5 ปี
  • ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ: 3.3% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย จะเสียในกรณีที่ผู้ขายถือครองทรัพย์สินมา ไม่ถึง 5 ปี และไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี (มักเจอบ่อยในการซื้อคอนโดมือสองจากนักลงทุนแบบ Flipping)

4. ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

หากผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา จะคำนวณตามอัตราก้าวหน้า โดยพิจารณาจากราคาประเมินและจำนวนปีที่ถือครอง ยิ่งถือนานภาษียิ่งถูกลง (แต่หากผู้ขายเป็นนิติบุคคล จะคิดที่อัตรา 1% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน)

ตัวอย่างการคำนวณให้เห็นภาพ (กรณีซื้อคอนโด 2.5 ล้านบาท กู้ 100%)

  • ค่าโอน 2%: 50,000 บาท (หากใช้สิทธิ์รัฐปี 2569 ลดเหลือ 0.01% = 250 บาท)
  • ค่าจดจำนอง 1%: 25,000 บาท (หากใช้สิทธิ์ลดเหลือ 0.01% = 250 บาท)จะเห็นได้ว่าหากโอนในช่วงที่มีมาตรการรัฐ จะช่วยคุณประหยัดเงินสดวันโอนไปได้ถึงเกือบแสนบาท!

ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายวันโอนคอนโด?

ค่าใช้จ่ายวันโอน

เรื่องนี้ไม่มีกฎหมายบังคับตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับการตกลงและระบุไว้ในสัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งโดยธรรมเนียมปฏิบัติในเชียงใหม่มักแบ่งเป็น 2 กรณี

กรณีการซื้อขายที่อยู่อาศัยในโครงการ (คอนโดมือหนึ่ง)

กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคระบุว่า ผู้พัฒนาโครงการ (Developer) จะผลักภาระค่าธรรมเนียมโอนให้ผู้ซื้อเกินครึ่งไม่ได้:

  • ค่าธรรมเนียมโอน: แบ่งจ่ายคนละครึ่ง (50/50) หรือโครงการจัดโปรโมชันออกให้ทั้งหมด (ฟรีโอน)
  • ค่าจดจำนอง: ผู้ซื้อ (ผู้กู้) จ่าย
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ / อากรแสตมป์ / ภาษีเงินได้: โครงการ (ผู้ขาย) จ่ายทั้งหมด

กรณีการซื้อขายกันเอง ไม่ได้ผ่านคนกลาง (คอนโดมือสอง)

  • ค่าธรรมเนียมโอน: ตกลงคนละครึ่ง (50/50)
  • ค่าจดจำนอง: ผู้ซื้อจ่าย (เพราะเป็นเงินกู้ของผู้ซื้อ)
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ / อากรแสตมป์ / ภาษีเงินได้: ผู้ขายจ่าย (เพราะเป็นรายได้ของผู้ขาย)

*หมายเหตุ: ควรถามเอเจนต์หรือผู้ขายให้ชัดเจนว่า “ราคาขายนี้ รวมค่าโอนและภาษีแล้วหรือยัง?” เพื่อป้องกันปัญหาหน้าเคาน์เตอร์กรมที่ดิน

ค่าใช้จ่ายหลังเข้าอยู่ที่ควรพิจารณาร่วม

ค่าใช้จ่ายหลังเข้าอยู่ ที่ต้องเตรียมเพิ่ม(1)

เมื่อได้โฉนดแล้ว ก่อนย้ายเข้าอยู่ นิติบุคคลจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายดังนี้:

1. ค่าส่วนกลาง (CAM Fee)

มักเรียกเก็บล่วงหน้า 1 ปี (หรือ 2 ปีในบางโครงการ)

  • Insight เชียงใหม่: คอนโดชานเมืองมักมีค่าส่วนกลาง 25-40 บาท/ตร.ม./เดือน แต่ถ้าเป็นโซนนิมมานฯ หรือระดับลักชัวรี่ อาจสูงถึง 50-80 บาท/ตร.ม./เดือน
  • ตัวอย่าง: ห้อง 30 ตร.ม. ค่าส่วนกลาง 40 บาท = ต้องเตรียมเงินสด 14,400 บาท จ่ายล่วงหน้า 1 ปี

2. ค่ากองทุน (Sinking Fund)

เป็นเงินเก็บสำรองของนิติบุคคลเพื่อใช้ซ่อมแซมอาคารใหญ่ในอนาคต จ่ายเพียง ครั้งเดียว ณ วันโอนกรรมสิทธิ์ (มักอยู่ที่ 400-600 บาท/ตร.ม.)

*หมายเหตุ: ปกติค่ากองทุนนี้จะเก็บเฉพาะการซื้อคอนโดโครงการใหม่ (มือหนึ่ง) หากคุณซื้อคอนโดมือสอง เจ้าของเดิมจ่ายส่วนนี้ไปแล้ว คุณจึงไม่ต้องเตรียมเงินจ่ายซ้ำครับ

3. ค่าประกันมิเตอร์น้ำ-ไฟ

จ่ายให้กับส่วนภูมิภาค (ประมาณ 3,000 – 5,000 บาท)

4. ค่าทำประกันอัคคีภัย และ ค่าประกันภัยอาคาร

ธนาคารมักบังคับทำเพื่อคุ้มครองหลักทรัพย์ เบี้ยประกันหลักพันบาทต่อปี (อาจเก็บรวมกับค่าส่วนกลาง)

5. งบต้าน PM 2.5 เฉพาะคนเชียงใหม่

ใครที่ซื้อคอนโดเชียงใหม่ ควรกันงบไว้ประมาณ 10,000 – 25,000 บาท สำหรับติดตั้งเครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาพสูง หรือ ระบบแรงดันบวก (Positive Pressure) รวมถึงการทำซีลขอบหน้าต่างใหม่ (Weather Stripping) เพื่อป้องกันฝุ่น PM 2.5 ในช่วงเดือน ก.พ. – เม.ย. ครับ

อยากกู้ซื้อคอนโดให้ได้วงเงินสูง ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

อยากกู้ซื้อคอนโดให้ได้วงเงินสูง ต้องเตรียมตัวอย่างไร

กู้บ้านไม่ผ่าน เพราะอะไร? สาเหตุหลักมักมาจากภาระหนี้สูงและประวัติเครดิต หากอยากกู้ให้ผ่านฉลุย เตรียมตัวดังนี้:

  1. คุณสมบัติและฐานเงินเดือนของผู้กู้: มีอายุงานที่มั่นคง (อย่างน้อย 6 เดือน – 1 ปี) เงินเดือนเท่านี้กู้ซื้อบ้านได้เท่าไหร่? โดยเฉลี่ยรายได้ 20,000 บาท อาจกู้ได้ราวๆ 1.2 – 1.5 ล้านบาท
  2. ตรวจเช็กภาระหนี้สิน (DSR): ภาระหนี้ทั้งหมดรวมค่าผ่อนคอนโด ไม่ควรเกิน 40-50% ของรายได้ หากมีหนี้บัตรเครดิต ให้ปิดจบให้มากที่สุดก่อนยื่นกู้
  3. รักษาประวัติทางการเงิน: อย่าให้มีการจ่ายช้า หรือติดเครดิตบูโรเด็ดขาด
  4. การกู้ร่วม: หากฐานเงินเดือนไม่พอ การหาญาติพี่น้องสายเลือดเดียวกันมาเป็นผู้กู้ร่วม จะช่วยเพิ่มเพดานวงเงินได้

แนะนำการเตรียมตัวก่อนวันโอนคอนโดต้องทำอย่างไรบ้าง?

  1. ตรวจรับห้อง (Defect Check): ห้ามโอนเด็ดขาดหากโครงการยังแก้จุดบกพร่องไม่เสร็จ
  2. เตรียมแคชเชียร์เช็ค: เตรียมเช็คสั่งจ่ายให้ถูกต้องระดับหน่วยสตางค์ (ข้อควรระวัง: แคชเชียร์เช็คสำหรับค่าธรรมเนียมโอนและภาษี มักต้องสั่งจ่ายในนาม ‘กระทรวงการคลัง ผ่านสำนักงานที่ดิน…’ แนะนำให้เอเจนต์หรือเจ้าหน้าที่ธนาคารสรุปชื่อผู้รับเงินและยอดสุทธิให้เป๊ะ 100% ก่อนไปซื้อเช็คเสมอ)
  3. เตรียมเอกสาร: บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สัญญาจะซื้อจะขาย (ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล ถ้ามี)
  4. ไปสำนักงานที่ดินเชียงใหม่ให้ถูกสาขา
    • คอนโดในเมือง/นิมมาน/เจ็ดยอด – สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ (ใกล้ศูนย์ราชการ)
    • คอนโดโซนหางดง/สารภี/สันทราย – ต้องไปที่สำนักงานที่ดินสาขาของอำเภอนั้นๆ (เช็คจากด้านหลังโฉนดให้ดี เพื่อไม่ให้เสียเวลาฟรี)

การซื้อคอนโดในเชียงใหม่มีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจ โดยเฉพาะการวางแผนเงินสดสำรอง สำหรับค่าโอนภาษี และค่าส่วนกลาง หากคุณคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามคู่มือนี้ การเป็นเจ้าของคอนโดในฝันที่เชียงใหม่ก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุดแน่นอนครับ!

Compare listings

เปรียบเทียบ