ส่อง 7 คุณสมบัติ “เซลล์ขายคอนโดมือทอง” ที่นักลงทุนตัวจริงมองหา

  • Chiangmai Living Team โดย Chiangmai Living Team
  • 8 เดือน ที่ผ่านมา
ส่อง 7 คุณสมบัติ เซลล์ขายคอนโดมือทอง ที่นักลงทุนตัวจริงมองหา

เรื่องจริงที่เกิดขึ้นไม่นาน – เพื่อนมาเล่าให้ฟังว่า ไปดูคอนโดกับเซลล์คนหนึ่ง แต่รู้สึกไม่ค่อยดีเลย

เซลล์คนนั้นเอาแต่พูดถึงข้อดี บอกว่าโครงการนี้ดีที่สุด ราคาจะขึ้นแน่นอน แล้วก็เร่งให้ตัดสินใจเร็วๆ ว่า “วันนี้จองก็ได้ส่วนลดพิเศษ” สุดท้ายเพื่อนกลับไปคิดแล้วรู้สึกไม่สบายใจ ไม่ซื้อ

แล้วอีกเคสหนึ่งที่เจอ เซลล์ดีมาก ใจเย็น อธิบายข้อดี-ข้อเสียครบ แนะนำห้องที่เหมาะกับงบจริงๆ ไม่เกริ่นขาย สุดท้ายซื้อแล้วพอใจมาก

วันนี้ทีมงาน ChiangmaiLiving เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ว่า เซลล์คอนโดที่ดีจริงๆ ควรเป็นอย่างไร

1. เป็นที่ปรึกษา ให้มากกว่าการขาย

เป็นที่ปรึกษา ให้มากกว่าการขายคอนโด

ความแตกต่างระหว่างเซลล์ที่ดีกับเซลล์ทั่วไปที่ชัดที่สุด คือ เซลล์ทั่วไป เจอลูกค้าจะเริ่มด้วย “ดูห้องไหมครับ” หรือ “มีโปรโมชันดีๆ ให้” แต่เซลล์ดีๆ จะเริ่มด้วย การฟัง และการซักถาม

คำถามที่เซลล์ดีมักจะถาม

เรื่องเป้าหมาย

  • ซื้อเพื่ออะไร? อยู่เอง หรือลงทุน?
  • ถ้าลงทุน อยากได้กำไรจากการเช่า หรือขายทำกำไร?
  • มีประสบการณ์ลงทุนอสังหาฯ มาก่อนไหม?

เรื่องการเงิน

  • งบประมาณเท่าไหร่?
  • จะจ่ายเงินสดหรือผ่อนธนาคาร?
  • ถ้าผ่อน รายได้ต่อเดือนเท่าไหร่?

เรื่องไลฟ์สไตล์

  • ชอบความเงียบ หรือชอบความคึกคัก?
  • ต้องการใกล้อะไร? (ที่ทำงาน, โรงเรียน, ห้าง)
  • มีรถหรือเปล่า?

2. รู้จริง จากประสบการณ์

แนะนำจากประสบการณ์ ที่นอกเหนือโบรชัวร์ 

เช่น

  • รู้จักตัวตนของทำเล (Neighborhood Identity) รู้ว่า “กลุ่มคนส่วนใหญ่ที่มาเช่าหรือซื้อย่านนี้คือใคร” เป็นนักศึกษา, คนทำงาน, หรือชาวต่างชาติชาติไหน พวกเขามีไลฟ์สไตล์อย่างไร และเทรนด์ของทำเลในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
  • รู้จักตัวตนของอาคาร (Building’s Personality) นายหน้าที่ดีจะเคยพูดคุยกับนิติบุคคลหรือลูกบ้านในตึกนั้นๆ จนรู้ข้อมูลที่ไม่มีในรีวิว 
  • รู้จักจังหวะของตลาด (Market Timing) พวกเขาจะรู้ว่า “ช่วงเดือนไหนหาผู้เช่าง่ายที่สุด” หรือ “ช่วงปิดเทอมอาจต้องลดราคาค่าเช่าลงเล็กน้อย” เพื่อให้ห้องไม่ว่างนานเกินไป ข้อมูลแบบนี้คือสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้สำหรับนักลงทุน

3. พูดตรงเปิดเผย

พูดตรงเปิดเผยเรื่องคอนโด

นายหน้าที่ดีจะกล้าบอกข้อเสียของทรัพย์สินอย่างตรงไปตรงมา เพราะพวกเขาเข้าใจว่าไม่มีคอนโดห้องไหนที่สมบูรณ์แบบ 100% และการให้ข้อมูลที่ครบถ้วนทั้งข้อดีและข้อเสีย คือการแสดงความจริงใจ

ตัวอย่างคำพูดที่เคยได้ยินมา

  • “ห้องนี้ช่วงบ่ายจะร้อน เพราะหันไปทางตะวันตก”
  • “ชั้นนี้เสียงลิฟต์ได้ยินนิดหน่อย”
  • “โครงการนี้ค่าส่วนกลางแพงกว่าเฉลี่ย”

4. เข้าใจเรื่องเงิน

“ราคาขาย” เป็นเพียงตัวเลขเริ่มต้น แต่การตัดสินใจซื้ออสังหาฯ เกี่ยวข้องกับเรื่องการเงินที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก นายหน้าที่เป็นมืออาชีพต้องมีความรู้ทางการเงินดีพอที่จะเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้าได้

พวกเขาต้องสามารถแจกแจงตัวเลขต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นให้ลูกค้าเห็นภาพชัดเจนที่สุด

สิ่งที่นายหน้าที่ดีต้องรู้เรื่องการเงิน

  • คำนวณผลตอบแทนอย่างสมจริง : ไม่ใช่แค่เอาค่าเช่ามาคูณ 12 แล้วหารด้วยราคาห้อง แต่ต้องคำนวณ “ผลตอบแทนสุทธิ” (Net Yield) โดยหักลบค่าใช้จ่ายแฝงทั้งหมด เช่น ค่าส่วนกลาง, ค่าบำรุงรักษา, ค่านายหน้าหาผู้เช่า และประมาณการช่วงที่ไม่มีผู้เช่า (Vacancy Rate) เพื่อให้ลูกค้าเห็นกำไรที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด
  • เป็นที่ปรึกษาเรื่องสินเชื่อ : ต้องรู้ว่าโปรไฟล์การเงินของลูกค้าแบบนี้มีโอกาสกู้ผ่านธนาคารไหนสูง, ดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารเป็นอย่างไร, และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เพื่อช่วยให้กระบวนการยื่นกู้ราบรื่นและประหยัดเวลา
  • เปิดเผยค่าใช้จ่ายทั้งหมด : แจ้งค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์, ค่าประกันมิเตอร์, ค่ากองทุน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ลูกค้ารู้งบประมาณที่แท้จริงที่ต้องเตรียมไว้

5. มีคนรู้จักในวงการ

มีคนรู้จักในวงการคอนโด

การมีเครือข่ายที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยให้กระบวนการซื้อขายง่ายขึ้น แต่ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับบริการและสร้างความประทับใจให้ลูกค้าอย่างมาก

เช่น

  • เจ้าหน้าที่สินเชื่อที่ไว้ใจได้ : สามารถโทรปรึกษาเพื่อประเมินคุณสมบัติของลูกค้าเบื้องต้นได้ ทำให้ไม่เสียเวลาไปดูห้องที่ลูกค้ากู้ไม่ผ่านแน่นอน
  • ผู้รับเหมาและช่างที่เชื่อถือได้ : สามารถแนะนำช่างฝีมือดี ราคาเหมาะสม สำหรับการรีโนเวทหรือซ่อมแซมได้ บางครั้งอาจช่วยประเมินค่าใช้จ่ายให้ลูกค้าเห็นภาพตั้งแต่วันแรกๆ
  • ทนายความด้านอสังหาฯ : สำหรับให้คำปรึกษาเรื่องสัญญาที่ซับซ้อน หรือกรณีการซื้อขายที่มีรายละเอียดทางกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง

6. ตอบเร็ว ติดตามงานดี

ตอบเร็ว ติดตามงานดี

การสื่อสารที่ช้าและขาดตอนคือสิ่งที่ทำลายความน่าเชื่อถือได้ง่ายที่สุด เพราะฉะนั้นการตอบสนองที่รวดเร็วและติดตามงานอย่างสม่ำเสมอแสดงถึงความใส่ใจและความเป็นมืออาชีพได้มากขึ้นครับ

7. ดูแลต่อหลังการขาย

สำหรับนายหน้าทั่วไป งานอาจจบลงเมื่อได้รับค่าคอมมิชชั่นและโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว 

แต่สำหรับนายหน้ามืออาชีพตัวจริง นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระยะยาว พวกเขามองว่าลูกค้าทุกคนคือสินทรัพย์ที่มีค่า และการดูแลอย่างต่อเนื่องคือการลงทุนที่ดีที่สุด

ดูแลต่อหลังการขายคอนโด

การดูแลหลังการขายต่อ

  • เป็นที่ปรึกษาต่อเนื่อง : แม้จะซื้อขายจบไปเป็นปีแล้ว แต่ยังคงให้คำปรึกษาเมื่อลูกค้ามีปัญหา เช่น “แอร์เสีย มีช่างแนะนำไหม” หรือ “ค่าส่วนกลางขึ้น เป็นเรื่องปกติหรือเปล่า”
  • ช่วยสนับสนุนการลงทุน : สำหรับลูกค้าที่เป็นนักลงทุน อาจช่วยแนะนำช่องทางหาผู้เช่า หรือให้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับราคาเช่าในตลาด เพื่อให้การลงทุนของลูกค้าได้ผลตอบแทนที่ดี
  • รักษาความสัมพันธ์ : อาจมีการส่งข้อความอวยพรในวันสำคัญ หรือทักทายถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเป็นครั้งคราวก็ได้ครับ

คำถามที่ถามกันบ่อยๆ

เจอเซลล์ที่เร่งให้ตัดสินใจเร็วๆ ควรทำไง?

ระวัง! เซลล์ดีๆ จะให้เวลากิ่ความบี บอกข้อมูลครบ แล้วให้คิดเอา ไม่มีใครเร่งรัดถ้าจริงใจต้องการให้เราได้ดี

เซลล์ประจำโครงการกับเซลล์อิสระต่างกันไหม?

เซลล์ประจำโครงการรู้โครงการลึก แต่อาจไม่เปรียบเทียบกับที่อื่น ส่วนเซลล์อิสระหรือบริษัทแบบทีมงาน ChiangmaiLiving จะเปรียบเทียบหลายโครงการได้

จะรู้ได้ยังไงว่าเซลล์คนนี้ดี?

ดูจากการถามคำถาม ถ้าถามเรื่องเป้าหมาย งบประมาณ ไลฟ์สไตล์ก่อนขาย = น่าเชื่อถือ แต่ถ้าเริ่มขายก่อน = ระวัง

สรุป

เซลล์ดีจะช่วยให้เราได้คอนโดที่เหมาะสม ราคาดี ปัญหาน้อย และมีคนคอยดูแลตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคอนโดให้กับคุณ

โดยจากประสบการณ์ที่เห็นมา คนที่เจอเซลล์ดีมักจะ

  • ซื้อได้ตรงใจ ไม่เสียใจภายหลัง
  • ไม่มีปัญหาเซอร์ไพรส์ที่ตามมา
  • มีคนให้คำปรึกษาระยะยาว – แม้หลังปิดการขายไปแล้ว

ถ้าใครกำลังมองหาที่ปรึกษาด้านคอนโดในเชียงใหม่ ทีมงาน ChiangmaiLiving บริษัทนายหน้ารับฝากขายและให้เช่าคอนโด เรายินดีให้บริการ เพื่อให้ทุกการลงทุนของคุณประสบความสำเร็จ

Compare listings

เปรียบเทียบ